The great creative minds in our blog are here to make your big ideas possible

18พ.ค.

เปิด 5 ช่องทาง Marketing Online ช่วยโปรโมทธุรกิจ ในวิกฤติโควิด-19

Posted by gorillaideasBlogNo Comments

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ด้วยผลกระทบจากโรคโควิด-19 ทำให้ประชนทุกคนต้องอยู่บ้านตามนโยบาย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่า ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงาน กสทช. ที่เปรียบเทียบการใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ของคนไทย ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทำให้เห็นว่าพบว่า แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ มียอดการเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น เช่น Shopee เพิ่มขึ้นกว่า 478.6% และ Lazada เพิ่ม 121.5% เป็นต้น

และยอดซื้อขายออนไลน์ก็ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆเต็มไปด้วยจำนวนผู้ซื้อและผู้ขายทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่อย่างล้นหลาม และด้วยจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นนี้ ก็ทำให้เกิดการแข่งขันและเกิดส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มมากขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน วันนี้กอริลล่าจะพาทุกท่านมารู้จักตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของเราโดดเด่น แตกต่าง และดึงดูดลูกค้าได้มากกว่าคนอื่น นั่นก็คือการทำ Marketing Online ครับ

 

Marketing Online หรือ การตลาดออนไลน์ คือ  การทำการตลาดบนสื่อหรือช่องทางออนไลน์เพื่อให้สินค้าของเรามีคนรู้จักมากขึ้น เช่น โฆษณาในYoutube โฆษณาผ่านFacebook เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันมีช่องทางในการทำ Marketing Online มากมาย แต่กอริลล่าจะแนะนำ 5 ช่องทางที่ได้รับความนิยมและเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายๆในยุคนี้ มาเริ่มกันเลยครับ

 

  1. Youtube 

หนึ่งในช่องทางยอดนิยมที่สามารถเข้าถึงได้เกือบทุกมุมโลก ประกอบกับช่วงนี้รายการทีวีหลักอาจไม่ค่อยมีเนื้อหาใหม่ๆมาให้ชมกันอย่างต่อเนื่องเพราะผลกระทบจากโควิด-19 จึงเป็นโอกาสที่ผู้บริโภคจะหันมาเสพเนื้อหาจากทาง youtubeมากขึ้น ทั้งงานวีดีโอ ภาพยนตร์ ละคร และ Vlog ต่างๆ โดยสถิติในปี 2019 ที่ผ่านมา พบว่า

 

  • 95% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึง YouTube ได้
  • 67% ของคนในยุค Millennials เลือกที่จะดู YouTube มากกว่าการดูโทรทัศน์
  • กลุ่มผู้ใช้อายุ 35 – 55 ปี เป็นกลุ่มผู้ใช้ที่เติบโตไวที่สุดบน YouTube
  • ปัจจุบัน YouTube มี Content Creator กว่า 50 ล้าน Account
  • 9% ของธุรกิจขนาดเล็กมี Account อยู่บน YouTube
  • 37% ของผู้ใช้อายุ 18 – 34 ปี ชื่นชอบการ Binge-Watching หรือการดูคอนเทนต์แบบรวดเดียวจบ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.marketingoops.com/exclusive/how-to/3-technic-advertising-youtube/

 

จะเห็นได้ว่ามีการใช้ youtube ในเกือบทุกพื้นที่ และมีปริมาณการเข้าใช้ต่อครั้งเฉลี่ยได้ถึง 1 ชม. โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อายุที่ยังเล่นโซเชียลเป็นหลักมีการเข้าถึง youtube เยอะที่สุด ซึ่งปัจจุบันคอนเทนต์โฆษณาทางยูทูปที่เราเห็นได้บ่อยๆคือการ ดูวีดีโอโฆษณาก่อนเข้าคอนเทนต์พร้อมเสียง แม้จะผ่านตา 5 วินาทีก่อนกด skip แต่ก็สร้างการจดจำได้มาก และอีกทางหนึ่งคือการให้ยูทูปเบอร์ชื่อดังโปรโมทหรือรีวิวสินค้าผ่านช่องทางของตัวเอง ซึ่งจะมียอดผู้ชมในช่องที่ subscribed จำนวนมาก ตรงนี้ก็จะสร้างความเข้าใจในตัวสินค้าและสร้างความอยากซื้อได้มากขึ้น เพราะจะมีช่วงเวลาที่คนต้องจดจำและดูกว่าปกติ สร้างโอกาสในการขายและเพิ่มการรับรู้ให้กับตัวสินค้าได้มากโดยไม่รู้สึกยัดเยียดจนเกินไป เพราะผู้ชมมักจะรู้อยู่แล้วว่า ทั้งหมดคือการโฆษณาสินค้า ก็ช่วยสร้างทั้งยอดขายและการจดจำต่อสินค้าได้ชัดเจนมากทีเดียวครับ

 

2.Webbord 

อีกหนึ่งช่องทางที่แตกแขนงออกไปเป็นหลายเว็บไซต์รวบรวมกลุ่มเป้าหมายของแต่ละเว็บไว้อย่างชัดเจน มีตั้งแต่พูดคุยถึงเรื่องทำอาหาร สร้างบ้าน การเงิน สังคม ไปจนถึงสุขภาพ คุณภาพชีวิต โดยจะเป็นได้ทั้งการตั้งกระทู้คำถาม ตอบข้อสงสัย และรีวิว โดยเฉพาะสินค้าข้าวของอุปโภคบริโภคต่างๆ ปัจจุบันเว็บไซต์ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาที่สุดในการรีวิวและพูดถึงมักจะเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมที่มีคนกดเข้าไปจำนวนมากต่อวัน เช่น pantip , dek-d , sanook , Mthai , kapook ฯลฯ โดยเฉพาะ pantip ที่มียอดคนเข้าชมสูงมากจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ในปี 2019 ที่ผ่านมา วันๆหนึ่งมีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 15 ล้านกระทู้ต่อวันเลยทีเดียว

 

  • ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเว็บไซต์กว่า 4.2 ล้านคน / วัน
  • ครอบคลุมทุกเรื่องราวในสังคม โดยแบ่งหมวดหมู่ออกเป็น 38 ห้อง และกว่า 12,000 Tags
  • ผู้ใช้อ่านกระทู้รวมกันทั้งหมดเฉลี่ยน 15 ล้านกระทู้ / วัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://www.thumbsup.in.th/pantip-101

 

ซึ่งสิ่งที่ทำให้ pantip มีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ต่อวันมากขนาดนี้และกลายเป็นพื้นที่ในการโฆษณาสินค้าบนออนไลน์ที่ดีที่สุดอีกเว็บหนึ่ง เพราะ pantip ได้มีการจัดเก็บแยกหมวดหมู่ของเนื้อหามากถึง 38 แท็กออนไลน์ จึงทำให้นักการตลาดและผู้ชมสามารถกดเข้าไปดูเนื้อหาตามความสนใจได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ตัวสินค้าจะได้รับการโฆษณาโดยอัตโนมัติเมื่อถูกนำมารีวิวโดยผู้ใช้จริงบนเว็บบอร์ดต่างๆ หรือเจ้าของแบรนด์จะจ้างนักรีวิวมาทำกระทู้รีวิวเองก็ได้เช่นกัน ส่วนผลตอบรับจะดีมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับความเป็นมืออาชีพของนักรีวิว ความน่าสนใจของหัวข้อกระทู้และตัวเนื้อหาด้วย  นอกจากนี้ หลายๆเว็บไซต์ก็ได้เปิดพื้นที่โฆษณาอย่างชัดเจนที่เป็นของทางเว็บไซต์เองเพื่อเปิดพื้นที่ให้เจ้าของสินค้าได้เข้ามารีวิวเองตรงๆได้ง่ายขึ้นครับ

 

3.Twitter

แพลตฟอร์มที่มาแรงที่สุดในไทยตอนนี้ และมีแนวโน้มว่าจะแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ทวิตเตอร์ เป็นอีกช่องทางสำหรับการโปรโมทสินค้าและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดและกว้างขวาง โดยไม่ต้องใช้เงินหรือเสียแรงครั้งละมากๆ โดยข้อมูลอ้างอิงพบว่า

 

  • ในปีที่ผ่านมา สัดส่วนผู้ใช้ Twitter ของไทยแบ่งเป็นเพศหญิง 51% เพศชาย 49% แต่ในปี 2020 สัดส่วนของผู้หญิงที่ใช้ Twitter มีมากขึ้นถึง 78% และผู้ชายลดลงเหลือ 21.9% (ข้อมูลอ้างอิงจาก https://adaddictth.com/2020/02/19/digital-thailand-2020/)
  • ช่วงวัยที่ใช้งานมากที่สุด ได้แก่ อายุ 16-24 ปี (40%), อายุ 25-34 ปี (26%), อายุ 35-44 ปี (19%), อายุ 45-54 ปี (11%) และอายุ 55-64 ปี (4%) น่าสนใจตรงที่ตัวเลขของคนวัยทำงานที่มีอายุ 25-44 ปี มีสัดส่วนรวมกันมากถึง 45% ถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มผู้ใช้งาน
  • คนไทยพูดถึงอะไรบน Twitter อย่างแรกเลยคือ เพลง (77%) นอกจากนั้นก็เป็นภาพยนตร์ (68%), อาหาร (68%), การเดินทาง (60%), เกม (57%), การเงิน (57%), แฟชั่น (52%) และรถยนต์ (51%)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.aware.co.th/it-jobs/th/what-makes-thailands-twitter-sphere-so-unique/

 

ซึ่งนอกจากกลุ่มเป้าหมายจะใช้ทวิตเตอร์เพื่ออัพเดทข่าวสาร สร้างเครือข่ายสังคมและเพื่อแลกเปลี่ยนบทสนทนาแล้วยังใช้เพื่อทำการโปรโมทสินค้าต่างๆได้ โดยผ่านทางการใช้ # (แฮชแท็ก) ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแฮชแท็กยอดฮิตที่เราสามารถโปรโมทสินค้าได้อย่างเนียนๆอย่าง #อร่อยไปแดก #โปรเด็ด #ชี้เป้าโปรแรง ไปจนถึงรีวิวสินค้าที่อยากบอกต่อให้คนไปซื้อก็จะมีแฮชแท็ก  #ไว้รีวิวห้ามขายของโว้ยย หรือ #ใช้ดีบอกต่อ เป็นต้น เพื่อเป็นการชี้ช่องทางโปรโมทที่ชัดเจน ทำให้ผู้ขายสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายและลูกค้าได้ตรงตามความต้องการอีกด้วยครับ

 

  1. Facebook

มาถึงแพลตฟอร์มที่ฮิตที่สุดของคนไทยและมีจำนวนสถิตผู้ใช้สูงที่สุดในไทยอย่าง Facebook กันบ้างครับ ที่แม้จะมีจำนวนผู้ใช้งานลดลงแต่ก็ยังขึ้นเป็นอันดับ 1 ของแพลตฟอร์มที่คนไทยนิยมใช้ที่สุดในประเทศไทยและหลากหลายช่วงอายุกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ จากข้อมูลงาน Thailand Zocial Awards 2019 ระบุว่าในประเทศไทยนั้นมีผู้ที่เข้าใช้งานเฟซบุ๊กทุก ๆ วันมากถึง 37 ล้านบัญชี ซึ่ง 98 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานในไทยต่างเล่นเฟซบุ๊กผ่านสมาร์ทโฟนเกือบทั้งหมดเลยทีเดียว

 

  • “ประเทศไทย” ที่มีผู้ใช้งาน Facebook ลดลง 2.0%
  • “ประเทศไทย” ติดอันดับ 1 ของ Organic Post Reach สะท้อนได้ว่าแม้ยอดผู้ใช้งาน Facebook ลดลง แต่ยังคงเป็นแพลตฟอร์ม Social Media หลักที่คนไทยใช้กันอยู่มาก
  •  จากตอนแรกที่ Facebook เริ่มเปิดออฟฟิศในไทยมีผู้ใช้ที่ 51 ล้าน แต่ตอนนี้ขยับมาเป็น 53 ล้านแล้ว  

 

เรียกได้ว่าเกินกว่าครึ่งของคนทั้งประเทศไทยต่างมีบัญชีเฟซบุ๊กกันถ้วนหน้า ส่งผลให้เฟซบุ๊กมีการเปิดช่องทางในการโปรโมทสินค้าให้กับผู้ใช้บริการมากขึ้น โดยวิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ  การยิงโฆษณาโปรโมทเพจเพื่อเพิ่มความถี่ในการมองเห็น ที่สามารถจ่ายเงินและเพิ่มความถี่ในการยิงโฆษณาได้เลยตามกำลังทรัพย์ รวมไปถึงการสร้างแฮชแท็กให้กับสินค้าและการจ้างอินฟลูเอนเซอร์ เพจและบล็อกเกอร์ต่างๆในการโปรโมทสินค้าของตัวเองเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนมากขึ้น อีกทั้งเนื้อหาของแต่ละเพจยังช่วยแบ่งแยกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนทำให้การโปรโมทสินค้าบน Facebook เป็นไปได้อย่างตรงจุดด้วยครับ

 

5.Instagram 

แพลตฟอร์มที่กำลังเติบโตสูงสุดในกลุ่มคนยุคใหม่ เป็นแพลตฟอร์มที่มองเผินๆเหมือนการแชร์รูปภาพให้ดูเฉยๆ แต่จริงๆคือการแชร์ไลฟ์สไตล์และเรียกกลุ่มคนที่เป็นแบบเดียวกัน ให้มาติดตามกันและกันเอง จากสถิติผู้ใช้ Instagram ในไทยมีข้อมูลที่น่าสนใจว่า

 

  • 7.1 ล้านคนคือ ผู้ใช้จำนวนในไทย
  • 84% ของผู้ใช้งานสำเร็จการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย มีรายได้เฉลี่ยกว่าผู้ใช้งานทั่วไป 1.5 เท่า
  • หญิง 59% ชาย 41% คือสัดส่วนผู้ใช้ Instagram ในไทย
  • 21 นาที คือเวลาเฉลี่ยที่ใช้ใน Instagram ต่อวัน

 

จะเห็นได้ว่า ถึงจำนวนผู้ใช้ในไอจีจำมีจำนวนน้อยกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ แต่ข้อมูลก็บอกถึงจำนวนรายได้ของผู้ใช้ว่าสูงกว่าผู้ใช้งานทั่วไปมากถึง 1.5 เท่า นั่นหมายถึงกลุ่มผู้ใช้มีกำลังในการซื้อมากกว่า จึงเท่ากับว่า มีโอกาสซื้อสินค้ามากกว่า ซึ่งจากปัจจุบันผู้ประกอบการได้ใช้ Instagram ในการโปรโมทสินค้ามากมาย โดยสามารถโปรโมทผ่านแฮชแท็กทั่วๆไปอย่าง ของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า แฟชั่น เครื่องสำอาง ที่สามารถค้นหาด้วยคำได้ง่าย และยังสามารถโปรโมทผ่านอินฟลูเอนเซอร์หรือผู้ที่มีจำนวนยอด Follower เยอะ เพื่อเปิดการเข้าถึงในกลุ่มตลาดที่ต้องการได้ครับ

 

จากทั้งหมดที่กอริลล่าได้รวบรวมมาจะเห็นชัดเลยว่า จำนวนผู้ใช้งานในแต่ละแพลทฟอร์มน่าสนใจจริงๆครับ เพราะมีสถิติการใช้งานที่สูงมากๆ แถมในช่วงสถานการณ์แบบนี้ก็ยิ่งเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นอีกช่องทางที่ผู้ขายและผู้ซื้อจะมาพบเจอกันและมีอัตราการซื้อที่สูงไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งกอริลล่าขอแนะนำเพิ่มเติมว่า หากจะโปรโมทโดยใช้ช่องทางนี้ก็อย่าลืมศึกษาหาข้อมูลและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในการโปรโมทสินค้าสูงสุดกันนะครับ หรือถ้าอยากได้คำแนะนำทางการตลาดออนไลน์ก็สามารถปรึกษากอริลล่าได้ตลอดเวลาเลย กอริลล่าสแตนด์บายรอช่วยเพื่อนๆขับเคลื่อนธุรกิจในทุกสถานการณ์ครับผม

13พ.ค.

7 อาชีพที่ทำได้จากที่บ้าน ในยุค Covid-19 ครองเมือง!!

Posted by gorillaideasBlogNo Comments

ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดหนักพร้อมกับรัฐบาลได้ขอความร่วมมือประชาชนทุกคน “อยู่บ้านหยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ส่งผลให้หลายๆธุรกิจซบเซาลงเพราะขาดรายได้ และมีนโยบายปลดพนักงานออก เพราะบริษัทขาดกำไรในการหมุนเวียนเงินจ่ายแก่พนักงาน หรือลดเงินเดือนพนักงานลงเพื่อเป็นการประคับประคองทั้งเจ้านายและลูกน้องให้ผ่านพ้นวิกฤติโรคร้ายนี้ไปด้วยกัน

 

แต่ในขณะเดียวกัน บางธุรกิจกลับเติบโตอย่างหนักในช่วงนี้ จนเรียกได้ว่า “ขาขึ้น” ได้แก่ธุรกิจออนไลน์ เพราะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ช่วงนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านได้เป็นอย่างดี ซึ่งทางลาซาด้าที่เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทยได้เผยข้อมูลถึงยอดการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยเปรียบเทียบระหว่างต้นเดือนกุมภาพันธ์และต้นเดือนเมษายนว่า มียอดคำสั่งซื้อในลาซาด้าพุ่งสูงขึ้นถึง 100% เต็ม และมีมูลค่าการซื้อ-ขายสินค้าสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 130% เลยทีเดียว ทั้งนี้ มีสินค้าที่ขายดี ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น หม้อทอดไร้น้ำมัน เตาอบ เตาไฟฟ้า อุปกรณ์เครื่องครัว ของใช้จำเป็นภายในบ้าน รวมถึงของเล่นเด็กต่างๆครับ

 

แต่ไม่ใช่แค่อาชีพธุรกิจออนไลน์เท่านั้นที่ทำรายได้ดีในช่วงนี้ ยังมีอีกหลายๆอาชีพที่อยู่ในช่วงขาขึ้นเช่นเดียวกัน วันนี้กอริลล่าจะพาไปดู 7อาชีพที่อยู่บ้านก็ทำได้ ยิ่งใครตกงานยิ่งน่าทำ!! ว่ามีอาชีพอะไรบ้าง ที่เราทำด้วยตัวเองได้และพอจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เพื่อผ่านช่วงนี้ไปด้วยกันครับ

 

1.ขายของออนไลน์

ขายได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ขอแค่เป็นออนไลน์ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ก็พอ ยิ่งคนอยู่บ้านว่างๆ ออกไปซื้อของไม่ได้ ช้อปปิ้งออนไลน์คือ ทางออกของคนที่อยากซื้อของ บวกกับเดี๋ยวนี้มีแหล่งรวมร้านค้าใหญ่ๆให้ช็อปปิ้งกันอย่างจุใจบนหน้าจออย่าง Shopee , Lazada ไปจนถึง Amazon อัตราการซื้อขายก็ยิ่งง่ายขึ้น แถมจ่ายเงินก็ง่าย เพียงตัดบัตรเครดิตหรือโอนยอดเงินให้เรียบร้อยแล้วนอนรออยู่บ้านก็ได้ของแล้ว ดังนั้นช่วงนี้ แหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ยอดนิยมต่างๆ ล้วนเต็มไปด้วยผู้ซื้อผู้ขายจำนวนไม่น้อย อย่าง Lazda เอง ปัจจุบันก็มีผู้ขายที่เป็นร้านค้าและแบรนด์ทั้งหมดกว่า 200,000 รายเลยล่ะครับ ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่า การขายของออนไลน์ช่วงนี้ ยอดเพิ่มขึ้นและเติบโตอย่างน่าสนใจไม่น้อยเลย

 

2.รับจ้างส่งอาหารออนไลน์ 

อย่างที่เราเห็นตามหน้าข่าวกันว่า ช่วงนี้อาชีพคนส่งอาหารออนไลน์มาแรงมาก กอริลล่าเองก็สั่งบ่อยๆครับ เพราะค่าส่งไม่แพงและมีโปรโมชั่นลดราคา จากที่เคยถูกอยู่แล้ว พอช่วงนี้ลดลงไปอีก คนก็ยิ่งอยากสั่ง แล้วเหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้ที่คนไปข้างนอกไม่ได้ทำให้คนหันมาสั่งอาหารออนไลน์กันเยอะขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จึงอยากแนะนำสำหรับคนที่มีรถมอเตอร์ไซค์ ขับรถได้ และมีใบขับขี่ถูกต้องตามกฎหมายให้ลองไป สมัครขับส่งอาหารอย่าง Grab , Get และ Panda ที่ช่วงนี้คนนิยมสั่งกันเยอะมากจริงๆ ซึ่งจากข้อมูลที่ทาง droidsans ได้สอบถามคนขับ Grab บางรายพบว่าบางคนมีรายได้จากการขับส่งอาหารสูงสุดกว่า 40,000 บาททีเดียวครับ ถือเป็นยอดที่สูงมากๆ เรียกได้ว่า ยิ่งขยันขับยิ่งได้อย่างต่ำวันละหลายพันบาทเลยล่ะครับ

ข้อมูล https://droidsans.com/restaurants-owners-request-food-delivery-platform-reduce-gp/

 

3.ส่งของตามบ้าน

หรือที่เราเรียกว่าพนักงานส่งพัสดุ ไม่ว่าจะไปรษณีย์ไทย , Kerry และ DHL ช่วงนี้กำลังต้องการคนส่งของอย่างหนัก เพราะเกี่ยวข้องกับการขายของออนไลน์ช่วงนี้ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น อย่างผู้ขายใน Lazada ที่มีจำนวนถึง 200,000 กว่าราย ก็ต้องใช้บริการพวกนี้ในการขนส่งของแต่ละวันให้ถึงมือลูกค้าครับ ซึ่งยิ่งมียอดการสั่งซื้อมากเท่าไหร่จากในช่วงโควิด-19นี้ ทางบริษัทขนส่งก็ยิ่งมีของที่ต้องส่งมากขึ้นเหมือนกันครับ ทำให้มีความต้องการพนักงานขับรถขนส่งจำนวนมากเพื่อให้รวดเร็วต่อการส่งของถึงมือผู้รับ รับรองว่า ทำช่วงนี้นอกจากจะไม่ต้องทนเบื่ออยู่ในบ้าน ได้ขับรถไปมาในช่วงถนนโล่งแล้วยังได้กำไรเป็นกำเป็นกอบเชียวครับ

 

4.เย็บหน้ากากผ้าขาย

ในช่วงที่หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งเกิดขาดตลาด หน้ากากผ้าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนนิยมใช้กันเพราะมีจำนวนขายเยอะกว่า คนเข้าถึงได้มากกว่าและหลากหลายราคาจับต้องได้ โดยอาชีพนี้เป็นงานที่ต้องอาศัยฝีมือในการทำนิดหน่อย เหมาะสำหรับผู้ที่มีงานอดิเรกเย็บปักถักร้อยได้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใช้โอกาสนี้สร้างรายได้ขึ้นมาอีกทาง รับรองได้กำไรไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะผ้าผืนหนึ่งทำได้หลายชิ้นและมีต้นทุนไม่สูง ทำให้เมื่อขายได้ 1 ชิ้น มีโอกาสได้กำไรสูงถึง 20 บาท/ชิ้นเลยทีเดียว

5.ผลิต Content Online

ช่วงนี้เหล่า Youtuber ขยันส่งคอนเทนต์ออนไลน์ผ่านหน้าจอมากขึ้นทุกวัน เพราะจากปกติที่พฤติกรรมผู้บริโภคก็ชื่นชอบการดูออนไลน์อยู่แล้ว พอช่วงนี้ต้องหยุดอยู่บ้าน จึงมีเวลาเสพสื่อออนไลน์มากขึ้น ทำให้เหล่า Youtuber ที่มีฐานคนดูและยอดซับ(Supscribe)เยอะ ต่างครีเอทคอนเทนใหม่ๆขึ้นมาอย่างต่อเนื่องครับ แต่ก็ใช่ว่ามือใหม่จะไม่มีโอกาสนะครับ อาจจะเริ่มต้นจากสิ่งที่ถนัดหรือเรื่องราวน่าสนใจๆ ทำลงยูทูปก็มีสิทธิผ่านหูผ่านตาคนดู จนเกิดยอดวิวและยอดซับเพิ่มมากขึ้น แปลกลับมาเป็นเงินก้อนหนึ่งก็น่าสนใจไม่น้อยเลย

 

6.ทำอาหารขายออนไลน์ 

เป็นอีกหนึ่งหนทางรอดสำหรับร้านอาหารที่ช่วงโควิด-19 ยอดขายซบเซา เพราะผู้บริโภคเปลี่ยนแนวทางการซื้อขายทำให้ร้านอาหารที่มีหน้าร้าน มีกำไรลดลงอย่างเห็นได้ชัด กอริลล่าจึงอยากแนะนำให้เปิดช่องทางการส่งอาหารเพื่อกระจายสู่ผู้บริโภคมากขึ้นซึ่งก็คือ การขายอาหารออนไลน์ที่ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมสุดๆ อาจจะเป็นอีกช่องทางที่ทำให้ร้านอาหารหลายร้านผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ รวมถึงผู้ที่ตกงานแต่มีฝีมือทำอาหารที่ดีก็ใช้โอกาสนี้เปิดร้านค้าเล็กๆของตัวเองผูกส่งกับบริการส่งอาหารก็ได้ครับ เป็นการสร้างอาชีพให้กับตัวเองอีกทาง ไม่แน่ว่าจบโควิด-19 แล้ว เราอาจจะไม่ต้องกลับไปทำงานที่เดิมแต่มีกิจการร้านขายอาหารใหม่ๆเป็นของตัวเองก็ได้นะครับ

 

7.เขียนนิยายออนไลน์

อาชีพสานฝันสำหรับคนที่(เคย)ไม่ค่อยมีเวลาว่าง แต่ตอนนี้ว่างมากกกก ไม่รู้จะทำอะไรแต่มีเรื่องในหัวที่คิดไว้อยากเขียนให้มันเป็นรูปเป็นร่าง ก็อาศัยจังหวะนี้ทำเลยครับ อาศัยฝีไม้ลายมือในการเขียนนิดหน่อยกับเนื้อเรื่องที่น่าสนใจก็จะทำให้มีจำนวนผู้อ่านเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่เขียนงานได้ครับ แล้วช่วงนี้มีแอปพลิเคชั่นสำหรับนักเขียนออนไลน์ที่ให้ค่าตอบแทนจากยอดโดเนทของคนอ่านจริงๆก็ยิ่งน่าสนใจ บางเรื่องได้เงินจากผู้อ่านเป็นหลักพันหลักหมื่นก็มีนะครับ แถมยังเป็นพื้นที่ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย นับเป็นหนทางทำเงินที่น่าสนใจ เพราะได้ทั้งรายได้และเป็นการปลดปล่อย ผ่อนคลายอารมณ์ไปในตัว เหมาะกับสภาวะช่วงเครียดๆแบบนี้ไม่น้อยครับ

 

เป็นยังไงกันบ้างครับ? กับอาชีพน่าสนใจน่าทำในช่วงโควิด-19 ที่กอริลล่าเอามาแนะนำ มีหลากหลายอาชีพเลยทีเดียวและค่อนข้างใช้ทักษะพื้นฐานในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่อยากเกินไป เพราะเป็นหนทางในการหารายได้อีกทางหนึ่งที่ดีในช่วงนี้เลยใช่ไหมครับ ยังไงก็ลองดูนะครับ ถนัดทางไหนก็เริ่มต้นทำเลย ขอแค่มีฝีมือบวกเงินทุนเล็กน้อยก็ลงมือทำได้เลยครับ กอริลล่าเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ขอให้มีรายได้เข้ามากันถ้วนหน้าและผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันนะครับ

 

 

 

12พ.ค.

แนะนำแอปพลิเคชันน่าใช้ช่วง Covid-19 โหลดไว้ไม่มีเอ้าท์!

Posted by gorillaideasBlogNo Comments

เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ยังมีอยู่จนถึงตอนนี้ ทำให้เกิดแนวทางหลายอย่างในการป้องกันตัวเองจากการติดโรค ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่ รวมไปถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) หรือการเก็บตัวและหลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางผู้คน ที่นับว่าเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดการแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 และเป็นวิธีที่รัฐบาลในหลายๆ ประเทศเลือกใช้กัน รวมไปถึงประเทศไทยเองด้วย ทั้งการขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่ในบ้าน และการออกกฏบังคับอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการปิดสถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้าและร้านค้า รวมถึงไปสถานบันเทิงต่างๆ ในกรุงเทพมหานครตามมาตรา 35 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 และล่าสุดก็คือการประกาศเคอร์ฟิวตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 สั่งห้ามประชาชนออกนอกบ้านตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. สถานการณ์ตอนนี้จึงเรียกได้ว่าต้องมีการปรับตัวกันขนานใหญ่ไม่ว่าจะทั้งภาคธุรกิจรายใหญ่รายย่อยและประชาชนทั่วไปก็ตาม

 

การอยู่ติดบ้านเช่นนี้ สิ่งสำคัญสำหรับใครหลายๆ คนนิยมใช้กันคงหนีไม่พ้นอินเทอร์เน็ต ที่กลายมาเป็นข่องทางหลักในการติดต่อสื่อสาร ไม่ว่าจะตามข่าวสารข้อมูล การทำงาน การเรียนหนังสือ หรือแม้แต่ความบันเทิงต่างๆ ซึ่งช่องทางที่มาแรงที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ตก็คือแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชาว Work Form Home และ Study From Home จนส่งผลให้ทั้ง App Store และ Google Play ต่างมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยจากรายงานของ App Annie ได้กล่าวไว้ว่าในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีนี้ ทั่วโลกมีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันไปราวๆ 31,500 ล้านครั้ง โดยแบ่งได้เป็น App Store 9,000 ล้านครั้ง และ Google Play จำนวน 22,500 ล้านครั้ง รวมเป็นมูลค่าเงินมากกว่า 23,400 ล้านเหรียญเลยทีเดียว

 

แน่นอนว่ามีแอปพลิเคชันมากมายที่กอริลล่าคิดว่ามีความน่าสนใจเหมาะกับการโหลดติดมือถือไว้ในช่วง Covid-19 วันนี้กอริลล่าจึงอยากมาแนะนำแอปพลิเคชันน่าสนใจที่คิดว่าเพื่อนๆ ควรจะมีกันไว้ครับ รับรองเลยว่าอินเทรนไม่มีเอ้าท์แน่นอน

1.Zoom

IOS : https://apps.apple.com/th/app/zoom-cloud-meetings/id546505307?l=th

Android : https://play.google.com/store/apps/details?id=us.zoom.videomeetings&hl=th

 

จัดเป็นแอปพลิเคชันที่มาแรงที่สุดตอนนี้ ด้วยการขึ้นแทนเป็นแอปพลิเคชันที่มีผู้ดาวน์โหลดสูงสุดใน App Store ไปแล้ว สำหรับ Zoom แอปพลิเคชันสำหรับการประชุมงานออนไลน์ ซึ่งนับว่าทำมาสำหรับการ Work & Study from Home โดยเฉพาะ โดยแอปนี้สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมออนไลน์ได้มากถึง 100 คน โดยสามารถบันทึกการประชุมออนไลน์เก็บไว้ดูภายหลังได้ มีระบบแชตให้พิมพ์ข้อความโต้ตอบได้ รวมถึงส่งไฟล์งานได้ผ่านแชตกันสดๆ นอกจากนี้ยังมีระบบ Whiteboard ให้คนที่เข้าร่วมประชุมสามารถเขียนแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้ รองรับการใช้งานแบบ Cross platform ไม่ว่าผู้ร่วมประชุมจะใช้ Android หรือ IOS ก็สามารถประชุมคุยงานกันได้ไม่มีสะดุด และที่พิเศษสุดๆ คือแอปนี้ยังมีฟีเจอร์แต่งหน้าใสและฟีเจอร์เปลี่ยนพื้นหลัง สำหรับสาวๆที่ไม่ได้แต่งหน้าหรือคนที่ห้องรกก็จะได้ไม่ต้องรู้สึกเขินอายเวลาเปิดกล้องนะครับ เรียกได้ว่าเป็นแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานอยู่บ้านจริงๆ ไม่แปลกใจเลยครับที่จะขึ้นแท่นเป็นแอปที่ได้รับความนิยมมากๆ ในช่วงนี้

 

2.Houseparty

IOS : https://apps.apple.com/us/app/houseparty/id1065781769

Android : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.herzick.houseparty&hl=en

 

จบจากแอปพลิเคชันเกี่ยวกับการเรียนและการทำงานไปแล้ว มาถึงแอปพลิเคชันตัวใหม่สำหรับสาย extroverts ที่อยากพบปะเม้ามอยกับเพื่อนฝูงแต่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ ซึ่ง Houseparty ก็คือแอปพลิเคชันที่ทำให้การปาร์ตี้ที่บ้านเป็นอะไรที่ง่ายกว่าที่คิด ด้วยระบบการใช้งานที่คล้ายคลึงกับ Zoom เพียงแต่เปลี่ยนจากการประชุมออนไลน์มาเป็นปาร์ตี้ออนไลน์ผ่านวิดิโอคอลแทน โดยแอปพลิเคชันตัวนี้รองรับการเข้าร่วมปาร์ตี้ได้ตั้งแต่ 2 – 8 คน โดยสามารถเช็คได้ด้วยว่าเพื่อนของเราพร้อมที่จะร่วมปาร์ตี้ไหม และยังสามารถล็อคห้องเพื่อไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องเข้ามาแจมได้อีกต่างหาก แล้วยังมีเกมสนุกๆ ให้เล่นผ่านวิดิโอแชทออนไลน์อีกด้วย เรียกว่าครบวงจรจริงๆครับ เลยทำให้แอปพลิเคชันนี้กลายมาเป็นแอปพลิเคชันที่กำลังได้รับความนิยมสุดๆ จนมียอดดาวน์โหลดทะยานพุ่งขึ้นไปที่ 2 ล้านดาวน์โหลดบน iOS ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แบบนี้ไม่โหลดมาใช้ไม่ได้แล้วสิครับ

3.ใกล้มือหมอ

IOS : https://apps.apple.com/th/app/AD/id1480650549

Android : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.myccdoctors.doctornearu&hl=th

 

หนึ่งในแอปพลิเคชันที่เหมาะสมกับสถานการณ์ช่วงนี้สุดๆ เพราะกอริลล่าเชื่อว่าหลายคนย่อมต้องมีคำถามในใจกันไปแล้วว่า “เอ๋ เราติดโควิดแล้วหรือยังนะ” ยิ่งติดตามข่าวก็ยิ่งเป็นกังวลกันไปใหญ่ จะออกไปข้างนอกแต่ละทีหวั่นใจว่าตัวเองติดโรคไปแล้วหรือยัง ซึ่งแอปพลิเคชันใกล้มือหมอ ก็ถูกสร้างมาเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ โดยแอปตัวนี้เป็นแอปของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ(สสส.) ที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจคัดกรองอาการป่วยของตัวเองเบื้องต้นได้ ทั้งยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคต่างๆ โดยมีโรคให้ค้นหามากถึง 1,000 โรค รวมไปถึงอาการของไวรัส Covid-19 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบฝากคำถามปรึกษาเพิ่มเติมกับคุณหมอโดยตรงได้ด้วย โดยทางผู้ใช้แอปสามารถถ่ายรูปภาพ อัดเสียงและวิดีโอส่งให้หมอดูได้ผ่านแอปเพื่อการวินิฉัยที่แม่นยำขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เรียกว่าเป็นการตรวจโรคผ่านออนไลน์ง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาลเลยครับ เลยทำให้แอปพลิเคชันนี้เป็นหนึ่งในแอปที่ได้รับความนิยมมากไม่แพ้กันในช่วง Covid-19 โดยปัจจุบันนี้มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 10,000 ครั้ง และติดอันดับแอปพลิเคชันของไทยที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดประเภทการแพทย์อีกด้วยครับ

4.TikTok

IOS : https://apps.apple.com/us/app/tiktok-make-your-day/id835599320

Android : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.ss.android.ugc.trill&hl=en

 

จริงๆ แล้ว แอปพลิเคชัน TikTok ถือเป็นแอปสัญชาติจีนที่มีกระแสแรงไปทั่วทุกมุมโลกมาได้สักพักแล้วครับ จนถึงขั้นกลายเป็นสตาร์ทอัพด้านอินเตอร์เน็ตที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกไปแล้ว และในช่วง Covid-19 แอป TikTok ก็ดูจะเพิ่มความนิยมมากขึ้นไปอีก โดยมีรายงานว่าในช่วงเดือนมีนาคมนี้ มียอดดาวน์โหลดทั่วโลกแอปพลิเคชัน TikTok ทั่วโลกถึงประมาณ 84.8 ล้านครั้งเลยทีเดียวครับ ซึ่งแอป TikTok ถือเป็นแอปพลิเคชันที่ให้ความบันเทิงได้ดีมากๆ สำหรับคนที่อยู่กับบ้านไม่ได้ออกไปไหน เพราะเป็นแอปที่เปิดให้มีการสร้างและแชร์วิดิโอกับคนบนโลกออนไลน์ โดยในแอปจะมีเอฟเฟคทั้งภาพและเสียงให้มาใช้ร่วมกับวิดิโอของตัวเองได้ ซึ่งแต่ละวิดิโอจะมีเวลาจำกัดแค่ 15 วินาทีเท่านั้น ทำให้แต่ละคนที่สร้างสรรค์วิดิโอของตัวเองต่างใส่ความครีเอตลงไปเต็มที่จนกลายเป็นไวรัลโด่งดังหลายคลิป และส่งผลให้ TikTok ขึ้นเป็นหนึ่งในช่องทางสื่อสารออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากๆ ตั้งแต่คนธรรมดาไปจนถึงระดับดาราฮอลลีวู้ด แล้วล่าสุดทาง TikTok ยังมีแคมเปญ #HappyAtHome ออกมาเรียกกระแสในช่วง Social Distancing อีกต่างหาก ถือเป็นอีกหนึ่งความบันเทิงแก้เบื่อที่กอริลล่าแนะนำให้โหลดติดเครื่องไว้เลยครับ

 

เป็นอย่างไรบ้างครับกับแอปพลิเคชันดีๆที่กอริลล่าขนมาแนะนำให้เพื่อนๆ ถ้าเพื่อนๆ สังเกตให้ดีๆ จะเห็นว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้เป็นแอปที่มีมานานแล้ว แต่กลับได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วง Covid-19 เนื่องด้วยไลฟสไตล์ของคนส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนไป จากการจำเป็นต้องอยู่บ้านแทนที่จะได้ออกไปข้างนอก แอปพวกนี้จึงตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี และยังรวมไปถึงการออกแคมเปญที่เข้ากับกระแส Social Distancing ยิ่งทำให้เพิ่มความนิยมมากขึ้นไปอีก จุดนี้เพื่อนๆ คงเห็นแล้วการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้แอปพลิเคชันเหล่านี้สามารถยืนหยัดอย่างสวยงามในช่วงที่ธุรกิจหลายอย่างต้องชะงักงันไปได้ครับ ซึ่งเพื่อนๆ ก็สามารถหยิบยกเอามาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเองได้เช่นกันนะครับ กอริลล่าขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคนครับ

 

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.sanook.com/hitech/1498521/

https://droidsans.com/review-zoom-video-conference-app-perfect-for-working-from-home/

https://www.prachachat.net/csr-hr/news-437670

https://www.thumbsup.in.th/houseparty-live-chatting-application-that-us-teens-going-crazy-for

https://www.blognone.com/node/115573

https://www.studio7thailand.com/trends/7application-stay-home/

https://www.hfocus.org/content/2020/03/18650

https://www.krungsri.com/bank/th/plearn-plearn/covid-19-app.html

https://www.thaihealth.or.th/Content/51505-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B9%83%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD.html

https://themomentum.co/coronavirus-quarantine-appears-to-be-driving-a-global-tiktok-download-boom/

http://www.brandage.com/article/8705/Tik-Tok

https://www.thumbsup.in.th/tiktok-trends-2020

https://www.thumbsup.in.th/tiktok-trends-2020

12พ.ค.

TOP 10 คีย์เวิร์ดที่คนไทยค้นหาใน Google มากที่สุดในช่วง COVID-19

Posted by gorillaideasBlogNo Comments

 

ธุรกิจส่วนใหญ่เลยจะถูกหยุดชะงักไป เทียบกันแล้วธุรกิจที่กำลังไปได้สวยเลยตอนนี้จะเป็นธุรกิจทางออนไลน์ที่สามารถส่งสินค้าไปถึงหน้าบ้านของผู้รับสินค้าได้เลย หรือบางธุรกิจก็ถึงกับต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์มากขึ้นด้วย แต่ก่อนที่จะปรับตัวไปในทิศทางใดนั้น ผู้ประกอบการก็ควรที่จะสำรวจความต้องการของลูกค้าก่อนว่าต้องการอะไรมากที่สุด โดยสามารถทราบได้จากการค้นหาใน Google ซึ่งเป็นเว็บไซต์ค้นหาที่คนนิยมใช้กันมากที่สุด 

กอริลล่าได้รวบรวม TOP 10 คีย์เวิร์ดที่คนค้นหาใน Google มากที่สุดในช่วง COVID-19 ผ่าน https://trends.google.com/ โดยคีย์เวิร์ดเหล่านี้ ถูกค้นหาเป็นอันดับ 1 ของแต่ละวัน ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 

1. “เราไม่ทิ้งกัน” ถูกค้นหาในวันที่ 27 มีนาคม มียอดการค้นอยู่ทั้งหมดมากกว่า 10,000,000 ครั้ง

รัฐบาลประกาศว่าในวันที่ 28 มีนาคม รัฐบาลจะมีการเปิดให้แรงงาน ลูกจ้าง ผู้ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อรับเงินจำนวน 5,000 บาท ต่อเนื่อง 3 เดือน เพื่อเป็นการเยียวยา โดยเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชม. โดยจะรู้ผลรู้ผลการลงทะเบียนทาง SMS

 

2. “ลงทะเบียนรับเงินค่าไฟ” ถูกค้นหาในวันที่ 24 มีนาคม มียอดการค้นอยู่ทั้งหมดมากกว่า 2,000,000 ครั้ง

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้มีการให้ประชาชนได้ลงทะเบียนคืนเงินค่าไฟ ได้ที่เว็บไซต์ mea.or.th และ pea.co.th แค่เตรียมข้อมูล ชื่อ-นามสกุล หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า หมายเลขบัตรประชาชน หลังจากนั้นรอรับ SMS ยืนยันผลการลงทะเบียนและแจ้งผลการคืนเงินให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทราบ โดยจะเริ่มมีการจ่ายเงินตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป

3. “หวย” ถูกค้นหาในวันที่ 15 มีนาคม มียอดการค้นอยู่ทั้งหมดมากกว่า 1,000,000 ครั้ง

มีข่าวมาบ้างเรื่องที่สลากกินแบ่งรัฐบาลหรือหวยจะถูกเลื่อนออกรางวัล คนเลยตั้งใจค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดนี้เป็นพิเศษ แต่ความจริงแล้ว งวดของวันที่ 16 มีนาคมยังออกรางวัลปกติ ส่วนการเปลี่ยนวันออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น เป็นของงวดวันที่ 1 เมษายน เลื่อนไปออกรางวัลในวันที่ 2 พฤษภาคมแทน เป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งไม่มีการจำหน่ายสลากงวดวันที่ 16 เมษายน และงวดวันที่ 2 พฤษภาคม ด้วย

4. “แมทธิว” ถูกค้นหาในวันที่ 13 มีนาคม มียอดการค้นอยู่ทั้งหมดมากกว่า 200,000 ครั้ง

จากที่แมทธิว ดีนออกมาเปิดเผยว่าตนติดเชื้อ COVID-19 ผ่านทางบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัว ทำให้ทุกคนได้ตื่นตัวเกี่ยวกับโรคนี้มากขึ้น เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ชัดว่าแท้จริงแล้วเขาติดมาได้อย่างไรและจากใคร สันนิษฐานว่าอาจจะติดมาจากคนในสนามมวย

5. “ประกันสังคม” ถูกค้นหาในวันที่ 25 มีนาคม มียอดการค้นอยู่ทั้งหมดมากกว่า 200,000 ครั้ง

หลังจากมีเรื่องของ COVID-19 จนทำให้มีผลกระทบหลายด้าน โดยเฉพาะธุรกิจต่างๆ ที่ดำเนินได้ไม่เต็มที่ ทำให้มีลูกจ้างบางส่วนว่างงาน ทางประกันสังคมจึงมีมาตรการลงทะเบียนประกันสังคม สำหรับคนว่างงาน เพื่อช่วยเหลือคนว่างงานช่วง COVID-19 โดยสามารถยื่นเรื่องเพื่อขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานได้ 7,500 บาทต่อเดือน

6. “แพรวา ณิชาภัทร” ถูกค้นหาในวันที่ 20 มีนาคม มียอดการค้นอยู่ทั้งหมดมากกว่า 100,000 ครั้ง

ก่อนหน้าคนจะรู้จักแพรวา ณิชาภัทรจากเพลง รักติดไซเรน แต่ครั้งนี้แพรวาได้ออกมาเปิดเผยในบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัวว่าเธอได้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว มีอาการปวดหัว ตัวอุ่น จึงกินยาแล้วนอนไป ตื่นมาแล้วไม่ปวดหัวแล้วแต่ยังตัวอุ่น ไม่สบายใจจึงไปตรวจหาเชื้อ COVID-19 จนได้ทราบผลว่ามีเชื้อที่โพรงจมูกกับคอ โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบว่าได้รับเชื้อมาวันไหน อย่างไร และไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศด้วย

7. “โควิด” ถูกค้นหาในวันที่ 14 มีนาคม มียอดการค้นอยู่ทั้งหมดมากกว่า 50,000 ครั้ง

หลังจาก COVID-19 เริ่มมีผลกระทบต่อบุคคลมากขึ้น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทำให้สนใจหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้มากขึ้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้ติดเชื้อ แต่เบื้องต้นอาการของโรคจะคล้ายกับไข้หวัด จึงทำให้สังเกตได้ยากมาก แต่ถ้ามีอาการ ไข้ ไอ เหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ก็ควรที่จะไปหาหมอ แต่หลักๆ คือทำตัวให้แข็งแรง ออกกำลังกายอยู่เสมอ กินอาหารให้ครบหมู่ พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เว้นระยะห่างจากกันประมาณ 1-2 เมตร เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

8. “ปิดห้าง” ถูกค้นหาในวันที่ 21 มีนาคม มียอดการค้นอยู่ทั้งหมดมากกว่า 50,000 ครั้ง

เรื่องปิดห้างเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนสับสนกันเป็นอย่างมาก เพราะรอบแรกมีประกาศมาว่าให้ปิดห้าง แต่หลังจากนั้นสักพักโฆษกรัฐบาลบอกอย่าเพิ่งเชื่อ ทำให้คนนึกว่าเป็นข่าวปลอม แต่ทางโฆษกเองบอกว่าควรรอการตกลงอย่างเป็นทางการกับทางกระทรวงมหาดไทยก่อน ภายหลังก็มีการยืนยันแล้วว่ามีการปิดห้างสรรพสินค้าจริง โดยจะเปิดให้บริการแค่แผนกอาหารและของใช้จำเป็นเท่านั้น ส่วนร้านอาหารให้บริการได้แต่ต้องเป็นแบบ take away หรือสั่งกลับบ้านเท่านั้น

9. “อาการโรคโควิด 19” ถูกค้นหาในวันที่ 17 มีนาคม มียอดการค้นอยู่ทั้งหมดมากกว่า 20,000 ครั้ง

หลังจากประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทำให้หลายคนกังวลว่าตัวเองจะติดโรคหรือไม่ จึงได้มาค้นหาอาการของโรคที่บ่งบอกได้ว่าจะติดเชื้อหรือไม่ โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการไข้ ไอ น้ำมูก เสมหะ เจ็บคอ ปวดศีรษะ

10. “ทวิต” ถูกค้นหาในวันที่ 22 มีนาคม มียอดการค้นอยู่ทั้งหมดมากกว่า 20,000 ครั้ง

ล่าสุดทวิตเตอร์ได้มี Event Page ที่เป็นฟีเจอร์ใหม่ไว้แสดงข่าวสารที่อัพเดทแบบเรียลไทม์ โดยมาจากแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการและเชื่อถือได้เกี่ยวกับสถานการณ์ของ COVID-19 จะแสดงอยู่ด้านบนสุดของไทม์ไลน์ เมื่อเปิดใช้งานทวิตเตอร์

โดยส่วนใหญ่แล้วคีย์เวิร์ดที่คนไทยค้นหา มักจะเกี่ยวข้องกับ COVID-19 เพราะมีผลกระทบอย่างมาก ตั้งแต่สภาพสังคมโดยรวมไปจนถึงเศรษฐกิจ ความน่าสนใจคือคำว่า โควิด ที่เพิ่งถูกนำมาใช้ในสื่อแทนคำว่าโคโรน่าไวรัส ไม่นาน กลับกลายเป็นหนึ่งในคีย์เวิร์ดที่ติดอันดับต้นๆ ของการค้นหา ในการหาข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ เมื่อ COVID-19 เป็นโรคระบาด สามารถติดต่อได้โดยง่าย จึงทำให้คนเลือกที่จะอยู่บ้านมากขึ้น การติดตามข่าวสารทางออนไลน์ก็เพิ่มสูงขึ้นตาม พฤติกรรมการซื้อของก็เปลี่ยนไปซื้อช่องทางออนไลน์มากขึ้นเช่นกัน 

สิ่งสำคัญของผู้ที่ทำธุรกิจคือควรติดตามสถานการณ์ปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย โดยติดตามจากสื่อต่างๆแบบวันต่อวัน เพื่อจะได้มีการวางแผน หาโอกาสในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด แนวทางในการสื่อสารหรือออกแบบโฆษณา ควรหาช่องทางที่จะสามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้าหรือบริการให้ได้ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่น ความมั่นใจ และความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคและสังคมด้วย ถ้าทำได้ ก็อาจจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ให้สินค้าหรือบริการได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิต จนสามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้

16เม.ย.

เมื่อร้านค้าขอเกาะกระแส “Social Distancing” ปรับตัวขายของสู้ Covid-19!!

Posted by gorillaideasBlogNo Comments

จากปัจจุบันที่สถานการณ์โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดขึ้นเรื่อยๆ จนรัฐบาลต้องงัด พรก.ฉุกเฉิน ออกมาขอความร่วมมือจากประชาชนในการป้องกันการแพร่ของไวรัส โดยเฉพาะทาง กทม. ที่มียอดผู้ติดเชื้อเสี่ยงที่สุดและเยอะที่สุดถึง 2,672 ราย (ข้อมูลล่าสุดวันที่ 16 เมษายน 2563) นับว่าเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศที่สูงที่สุดในขณะนี้ ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงออกประกาศมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยให้หยุดกิจกรรมหลายอย่างในพื้นที่ กทม. เช่น ห้างสรรพสินค้า ให้เปิดแค่โซน supermarket / ร้านยา ส่วนร้านขายอาหาร ให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น ห้ามนั่งกินที่ร้าน ส่วนร้านอาหารในโรงแรมให้บริการเฉพาะลูกค้าที่เข้าพัก รวมไปถึงบริการขนส่งสาธารณะทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น รถเมล์ รถไฟฟ้า และเรือโดยสาร ว่าให้ปรับจำนวนการรองรับผู้โดยสารให้ลดลง โดยเว้นระยะห่างของประชาชนให้มากขึ้นอย่างน้อย 1 เมตรผล ซึ่งทั้งหมดมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 22 มีนาคม-12 เมษายน รวม 22 วัน

แน่นอนว่า ผลกระทบไม่ได้ตกแค่คนทั่วไปที่อยู่ในสถานะ “ลูกค้า” ที่ต้องอุปโภคและบริโภคอาหารเท่านั้น แต่พ่อค้าแม่ค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยต่างได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า เป็นที่มาของกลยุทธ์ทางสังคมซึ่งเราเรียกว่า “social distancing” ที่เหล่าผู้ค้าต้องหยิบมาปรับใช้และเป็นอีกหนทางที่เพิ่มความมั่นใจและพึงพอใจให้แก่ลูกค้าด้วย

“ของก็ต้องขาย ไวรัสก็ต้องสู้!!” คือคติประจำใจของผู้ให้บริการทั้งหลายในวันที่โควิด-19 ระบาดหนัก มาครับ วันนี้กอริลล่าจะพาไปดูว่า มีผู้ประกอบการเจ้าไหนบ้าง ที่นำกลยุทธ์การเว้นระยะห่างทางสังคมนี้ไปปรับใช้ฝ่าวิกฤตโควิดกันครับ

ขอบคุณภาพจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ธนาคาร สถานที่ธุรกรรมทางการเงิน ฝาก โอน จ่าย ทุกสิ่งทุกอย่างรวมครบจบที่นี่ เป็นสถานที่สำคัญลำดับต้นๆที่ไม่สามารถปิดตัวหรือหยุดชั่วคราวได้เหมือนผู้ค้าคนอื่นทั่วๆไป ทางธนาคารจึงมีการรับมือกับโควิด-19 ด้วยมาตรการทางสังคม social distancing ไล่ตั้งแต่การเดินเข้าคิวรอรับบริการ การยืนต่อแถว การรับบริการหน้าเคาท์เตอร์ที่จะมีเส้นกั้นแบ่งระยะห่างสำหรับผู้รับบริการและผู้ให้บริการ ไปจนถึงสิ้นสุดการใช้บริการก็มีเรียงลำดับความห่างของแถวผู้รับบริการไว้ด้วย โดยทุกๆจุดจะมีการทำเครื่องหมาย “เว้นระยะ”เพื่อความเป็นระเบียบ ทำให้สบายใจทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการแถมยังทำให้สามารถดำเนินการเปิดให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและเป็นไปได้ด้วยดีครับ

ห้างสรรพสินค้า ในส่วนของห้างสรรพสินค้าที่ส่วนใหญ่ยังคงเปิดให้บริการในโซนอาหารและซุปเปอร์มาเก็ตก็มีการออกมาตรการ “take away only” คือให้บริการเฉพาะการซื้ออาหารกลับไปทานที่บ้านเท่านั้น โดยทางห้างสั่งปิดในจุดนั่งทานทุกร้านให้เปิดเฉพาะส่วนเคาเตอร์และครัวเพื่อประกอบอาหารให้ลูกค้าเท่านั้น เพื่อลดการอยู่ร่วมกันของคนหมู่มากอันเป็นจุดสำคัญในการแพร่เชื้อไวรัสครับ ทั้งยังมีการทำเครื่องหมายเว้นระยะระหว่างการเข้าคิวรอสั่งอาหาร และบางร้านได้มีการจ่ายเงินโดยสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อระวังไวรัสที่จะแฝงมากับธนบัตรด้วยครับ


BTS / MRT ทางบริการของรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินเองก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางคมนาคมของคนกรุงที่ไม่สามารถหยุดให้บริการได้ ต่างก็มีการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ไวรัสช่วงนี้ โดยจะยังมีการปรับเวลาทำการ แต่จะมีการเว้นระยะห่างระหว่างรอซื้อบัตรและการขึ้นรถไฟฟ้าของแต่ละสถานีชัดเจน มีการทำเครื่องหมาย มาร์คจุดเว้นระยะห่าง เพื่อให้ง่ายต่อการใช้บริการและความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคนด้วยครับ

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก สำนักข่าวไทย

ร้านกาแฟ/คาเฟ่/เบเกอรี่ สำหรับคอกาแฟเครื่องดื่มต่างๆก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะแม้จะมีคาเฟ่หลายแห่งปิดให้บริการแต่ก็ยังมีอีกหลายร้านที่ปรับตัวนำ social distancing มาใช้ มีการคิดค้นอุปกรณ์ขนส่งสินค้าระยะสั้นระหว่างผู้ขายและผู้ซื้ออย่างน่ารักๆออกมา กลายเป็นกระแสเล็กๆในโซเชียล ที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ร้านคาเฟ่ทั่วไปก็ให้ความสำคัญกับการป้องกันการติดต่อของเชื้อไวรัสโดยการเว้นระยะห่างในการซื้อขาย มีการคิดค้นใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวมาปรับปรุงใช้ ซึ่งกอริลล่าถือว่าเป็นไอเดียที่ดีมากครับ ที่จะสร้างภาพการจดจำให้ลูกค้าและเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านไปในตัวที่เจ๋งมากๆเลยครับ

การไฟฟ้า แม้แต่ภาครัฐวิสาหกิจอย่างการไฟฟ้าก็มีการให้บริการแบบ social distancing  เช่นกันครับ โดยการมาร์คระยะห่างในการใช้บริการให้ชัดเจน และมีการหยิบยืมอุปกรณ์บ้านๆที่เราใช้สวิงตักปลามาเป็นตัวกลางในการให้บริการครับ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนกันโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงได้ ซึ่งอันนี้กอริลล่าก็ชอบครับ น่ารักมากๆ เป็นหนึ่งในกระแสที่สนใจของชาวโซเชียลอีกเช่นกันครับ

ขอบคุณภาพจาก ทวิตเตอร์ @Penguin_Indy

บริษัท/ออฟฟิศทั่วไป ภาคเอกชนก็ให้ความร่วมมือครับ บางสถานที่ก็มีการให้เข้าทำงานแบบวันเว้น นั่งเก้าอี้ห่างกันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสครับ อย่างในทวิตเตอร์ก็มีการแชร์ภาพของโรงอาหารขณะพนักงานนั่งทานข้าวกลางวันว่า มีการดัดแปลงลานจอดรถของออฟฟิศให้กลายเป็นโรงอาหารที่มีพื้นที่ใหญ่ขึ้น มีอากาศถ่ายเทสะดวก สามารถจัดโต๊ะนั่งห่างกันได้ระยะที่พอดี และมีเจ้าหน้าที่ตรวจก่อนให้บริการทานข้าวครับ  นับว่า ใส่ใจกับพนักงานมากๆครับ และยังช่วยให้พนักงานทำงานต่อไปได้อย่างสบายใจด้วย

ขอบคุณภาพจาก ทวิตเตอร์ @buddy_mydog

ร้านข้าวราดแกง อันนี้ว้าวสุดๆครับ จากเคยขายแบบตักถาดราดข้าวในตู้กระจกก็ปรับมาตักใส่กล่องวางไว้ให้เรียบร้อย พร้อมเว้นระยะห่างระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยเส้นกั้น มีเจลแอลกอฮอลล์ให้กดก่อนรับกล่องข้าว และมีสแกนคิวอาร์โค้ดแทนเงินสดเพื่อระวังการแพร่ระบาดไวรัสครับ ทำให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ห้างที่เดียวที่ยังมีอาหารขายแต่ร้านข้างทางเอง หากปรับตัวได้และใส่ใจมากพอ ก็เพียงพอที่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของลูกค้าที่จะแวะมาอุดหนุนครับ

และทั้งหมดนี้ก็คือ ส่วนหนึ่งในการปรับตัวของเหล่าผู้บริการและผู้ให้บริการเพื่อการอยู่รอดในช่วงที่ไวรัสกำลังระบาดหนักโดยการนำเอา social distance มาเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่งที่น่าสนใจมากๆครับ จะเห็นได้ว่าหลายร้านเองก็มีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการมากขึ้นจากการทำ social distancing เช่นกันครับ

เก็บตกด้วยกระแสจากต่างประเทศสักเล็กน้อยครับ เมื่อบรรดาเจ้าของชุดทีเร็กซ์แต่ละตัวต่างพาเหรดออกมาเรียกความสดใสในช่วงโควิด-19 ซึ่งกำลังระบาดหนักในยุโรปด้วยการเดินแบบ social distancing เว้นระยะห่างแต่พอดี นับเป็นการโปรโมทอีกอย่างที่ทำให้คนอยากซื้อเจ้าชุดนี้มาใส่รัวๆหลังเคยมีไวรัลเกี่ยวกับชุดนี้มาหลายรอบแล้วครับ กอริลล่าก็หวังว่า ผู้อ่านทุกท่านจะมีไอเดียดีๆจากการใช้ social distancing มาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตและธุรกิจในช่วงนี้กันนะครับ

 

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.infoquest.co.th/2020/9437

 

15เม.ย.

เปิดธุรกิจมาแรงในช่วง Covid-19 อยู่รอดได้อย่างไรเมื่อไม่มีใครอยากออกจากบ้าน?

Posted by gorillaideasBlogNo Comments

ท่ามกลางวิกฤติการณ์ Covid-19 ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้ โดยล่าสุด 15 เม.ย. 63 มีผู้ป่วยทั่วโลก 1,999,618 ราย และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 126,727 ราย และยังคงมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ทำให้ในหลายๆประเทศมีการรณรงค์รวมถึงออกมาตรการต่างๆเพื่อควบคุมให้ประชาชนกักตัวอยู่ภายในบ้าน งดกิจกรรมภายนอก และหลีกเลี่ยงการเดินทางเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 

สำหรับประเทศไทยก็นับว่าไม่ต่างจากประเทศอื่น โดยภายในกทม.และปริมลฑลก็ได้มีการออกประกาศปิดสถานประกอบการต่างๆ รวมถึงห้างและตลาด ตามมาตรา 35 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 แล้วยังมีพรก.ฉุกเฉินที่เตรียมหยิบยกมาใช้ในสถานการณ์ช่วงนี้อีกต่างหาก ในเวลานี้จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Covid-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ในทางสุขภาพเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบอย่างยิ่งในเรื่องเศรษฐกิจเช่นกัน จากการที่หลายๆธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรง ผลกระทบชัดเจนคงหนีไม่พ้นบรรดาห้างร้าน สถานบันเทิง และบริการต่างๆที่ต้องทยอยปิดตัวกันไปเป็นแถบๆจากคำสั่งรัฐบาลอย่างเลี่ยงไม่ได้ รวมไปถึงอุตสหากรรมการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ชะงักงันเนื่องจากคำสั่ง LOCKDOWN ของหลายๆประเทศ รวมถึงการขอให้ประชาชนควบคุมตัวเองอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดของ Covid-19 นั่นเอง

แต่ไม่ใช่ว่าทุกธุรกิจจะได้รับผลกระทบเสมอไป ยังมีอีกหลายธุรกิจที่ได้รับผลตอบรับในแง่บวกแม้จะอยู่ในช่วงวิกฤต Covid-19 ก็ตามที ซึ่งธุรกิจที่ไปได้ดีในช่วงนี้ล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจที่อยู่ในช่องทางออนไลน์ทั้งนั้น เพราะในตอนนี้ช่องทางออนไลน์ถือว่าตอบโจทย์อย่างมากต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากการที่หลายคนต้องอยู่ติดบ้านและไม่ได้ออกไปข้างนอก ธุรกิจทางออนไลน์จึงพากันได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นไปตามๆกัน โดยจากข้อมูลของสำนักงาน กสทช. ได้กล่าวว่าการใช้อินเทอร์เน็ตของชาวไทยเพิ่มขึ้นในช่วงระบาดของ Covid-19 มากเกินกว่า 80% และในด้านการสั่งซื้อของออนไลน์ในช่วงกุมภาพันธ์นั้นมีอัตราเพิ่มขึ้นเกินกว่า 100% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูงมาก แสดงให้เห็นว่าการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคชาวไทยยังมีอยู่ตามปกติ เพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากไปเดินซื้อของในห้างร้านและตลาดมาเป็นการซื้อของในโลกออนไลน์แทนครับ

อีกหนึ่งธุรกิจทางออนไลน์ที่เห็นว่ามาแรงไม่แพ้กันคงหนีไม่พ้นบริการสตรีมมิ่งที่เรียกได้ว่ามาแรงแซงทางโค้งยิ่งกว่าเดิม เพราะการต้องกักตัวอยู่บ้านเป็นเวลานานในช่วง Covid-19 ระบาดนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆคือความเบื่อหน่ายที่ไม่สามารถออกไปไหนได้ และการแก้เบื่อได้ดีที่สุดในช่วงนี้จึงหนีไม่พ้นการดูหนังดูซีรีส์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ธุรกิจบริการสตรีมมิ่งจะได้รับความนิยมมากๆทั่วทุกมุมโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย เมื่อผู้บริโภคที่จำต้องอยู่บ้านต่างก็หันมารับชมสื่อบันเทิงผ่านสตรีมมิ่งกันอย่างล้นหลาม โดยจากข้อมูลของนีลสัน บริษัททางการตลาดของสหรัฐอเมริกาได้ระบุไว้ว่า เมื่อมีเหตุให้ประชาชนไม่ได้ออกจากบ้าน อัตราการรับชมผ่านสตรีมมิ่งจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 61 และด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทำให้แม้แต่ค่ายหนังเองก็หันมารุกตลาดสตรีมมิ่งแทนที่โรงหนังที่ถูกปิดไปในช่วงนี้ อย่างเช่นค่าย Universal Pictures ที่นำเอาหนังเรื่องล่าสุดในค่ายอย่าง The Hunt และ The Invisible Man มาลงฉายในช่องทางออนไลน์อย่าง iTunes และ Amazon แทนการฉายในโรงหนังนั่นเองครับ

นอกเหนือจากนี้ อีกหนึ่งธุรกิจออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเห็นทีจะหนีไม่พ้นบริการจัดส่งสินค้าตามที่อยู่ของลูกค้าหรือที่เรียกกันติดปากว่าเดลิเวอรี่ ซึ่งก็เป็นผลจากการที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอีกเช่นกัน ในเมื่อผู้บริโภคไม่สามารถออกไปซื้อสินค้าข้างนอกได้การนำสินค้ามาส่งให้ถึงที่จึงกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ที่ฮอตฮิตสุดๆ และในปัจจุบันธุรกิจเดลิเวอรี่ก็นับว่าครอบคลุมแทบทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการส่งเอกสาร ส่งสิ่งของ และการสั่งอาหาร โดยเฉพาะอย่างหลังนี้ดูจะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ เพราะด้วยนิสัยคนไทยแล้ว การกินนับว่าเป็นเรื่องใหญ่เสมอ ยิ่งกับในช่วงเวลานี้ที่ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ หรือแม้แต่การนั่งกินอาหารในร้านก็ไม่ได้ การสั่งอาหารอร่อยๆให้มาส่งถึงบ้านจึงเป็นอะไรถูกอกถูกใจผู้บริโภคอย่างเราๆที่สุด โดยนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยด้วยว่า มาตรการขอความร่วมมือร้านอาหารต่างๆในการกำหนดให้ผู้บริโภคซื้ออาหารกลับไปกินที่บ้านแทนที่จะนั่งกินที่ร้าน เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดการสั่งซื้ออาหารในแบบเดลิเวอรี่พุ่งสูงขึ้น 2-3 เท่าตัว ซึ่งนับว่าเป็นการพุ่งแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียวครับ

จากตรงนี้คงจะเห็นกันแล้วว่าแม้ตอนนี้เรากำลังเผชิญกับวิกฤติ Covid-19 ที่กำลังรุนแรงอยู่ และส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจหลายๆอย่างในช่วงนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ผลร้ายเสมอไปนะครับ ยังคงมีธุรกิจออนไลน์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในตอนนี้ได้อย่างเหมาะเจาะพอดี จนกลายมาเป็นธุรกิจที่มาแรงสุดๆไปแล้ว ตรงนี้กอริลล่าคงต้องขอบอกไว้เลยว่าโอกาสเป็นของคนที่มองเห็นนะครับ ฉะนั้นแล้วเพื่อนๆอย่ารอช้าเลยครับ ลองใช้วิกฤติที่เผชิญอยู่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นโอกาสของเราดู เปลี่ยนรูปแบบสู่ตลาดออนไลน์ บางทีธุรกิจของเพื่อนๆอาจจะได้กลายเป็นหนึ่งธุรกิจที่มาแรงก็เป็นได้นะครับ

ข้อมูลอ้างอิง

www.matichon.co.th/politics/politics-in-depth/news_2071025
www.voicetv.co.th/read/cLAWNVoIX
www.thebangkokinsight.com/313109
www.nationtv.tv/main/content/378767782

17พ.ค.

บทสรุปสูตรสำเร็จของ The Mask Singer (รายการหน้ากากนักร้อง)

Posted by gorillaideasBlogNo Comments

 

ถ้าจะให้บอกว่า….รายการไหนที่คนดูกันทั้งบ้านทั้งเมืองไม่ว่าจะทั้งใน TV หรือ ช่องทาง Social Media ที่แชร์กันสนั่นเมื่อไม่นานมานี้ ยังไงก็หนีไม่พ้นรายการ The Mask Singer ที่ออกอากาศทางช่อง 23 Workpoint ซึ่งสร้างปรากฏการครั้งยิ่งใหญ่อลังการสุด ๆ นั่นก็คือการดึงคนให้เข้ามาดูรายการผ่าน 2 ช่องทางออนไลน์ Youtube Live และ facebook Live ได้มากที่สุดเป็นประวัติกาล เพื่อน ๆ บางคนอาจจะยังสงสัยว่าทำไมรายการนี้ถึงได้โด่งดังมากเบอร์นี้ วันนี้กอริลล่าก็เลยอยากจะมาเปิดสูตรสำเร็จอย่างละเอียดให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ

ก่อนจะไปดูสูตรสำเร็จของรายการ กอริลล่าขอพูดถึงแชมป์SS1ในรายการนี้ก่อนนะครับ เพราะถือเป็นส่วนสำคัญมาก ๆ ในการดึงดูดคนเข้ามาดู ถ้าจะเอยถึงหน้ากากทุเรียนเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนไม่รู้จักเขาคนนี้ที่ได้เฉลยออกว่าแล้วว่าคือคุณทอม อิศราหรือ Tom Room39 เพราะด้วยความสามารถที่อัดแน่น บวกกับความน่ารักที่ชาวเน็ตได้ให้คำกำจัดความไว้ว่า “ตะมุตะมิ” น่ารักเว่อร์จนกอริลล่าอดไม่ได้ที่จะมาคอสเพลย์หน้ากากทุเรียนนี้เลยครับ ซึ่งไม่ต่างจากชาวเน็ตที่ต่างก็ออกมาวาดรูปให้หน้ากากทุเรียนกันมากมาย มีทั้งแบบน่ารักตะมุตะมิ หรือแบบเป็นตัวการ์ตูนเท่ ๆ ก็มีเพียบเลยครับ ส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ก็มีส่วนสำคัญที่มาสร้างสีสรรค์ให้รายการนี้ประสบความสำเร็จเช่นกันครับ

และนี่คือบทสรุปสูตรสำเร็จของ The Mask Singer (รายการหน้ากากนักร้อง) ไปดูกันเลยครับว่ามีอะไรบ้าง…
• ความแปลกใหม่ของรูปแบบเกม(ในประเทศไทย) ที่สามารถดึงผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมได้ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้
• การเดา การทายเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นซึ่งรายการนี้ก็ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ผู้ชมมีส่วนร่วมในการทายหรือเดาว่าใครกันแน่อยู่หลังหน้ากากนั้น โดยการฟังเสียงร้อง ของแต่ละคน และการสัมภาษณ์จากกรรมการเล็กน้อย
• สร้างความเซอร์ไพรส์ให้แก่ผู้ชมได้เป็นอย่างมาก เพราะทั้งดาราหรือนักร้องแต่ละคนต่างแสดงตัวตนและความชอบของตัวเองลงไปซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวที่ตอนเป็นคนดังอาจจะเปิดเผยไม่ได้เพราะต้องคีปลุคให้ดูดีอยู่เสมอ
• ความอลังการของฉาก แสง สี และเสียงที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้เป็นอย่างมาก
• ขั้นตอนการดำเนินรายการน่าสนใจ มีช่วงให้กรรมการได้ถาม-ตอบกับผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งเป็นช่วงที่กอริลล่าชอบมาก ๆ เพราะมีมุขตลกที่ดูไปแล้วต้องยิ้มไปทุกที
• การแต่งตัวของผู้เข้าแข่งขันที่มีความอลังการงานสร้างแปลกไม่เหมือนใคร ทำให้จดจำได้ง่ายอีกด้วย (ขอยกนิ้วให้กับ Costume เลยครับ)
• มีการขยายช่องทางการเข้าถึงของผู้ชมไม่เพียงแต่ในTvเท่านั้น แต่ยังสามารถดูในออนไลน์ทั้ง Youtube Live และ facebook Live ได้อีกด้วยจนทำให้กลายเป็นปรากฏการครั้งยิ่งใหญ่ที่มีผู้เข้าชมทางออนไลน์สูงสุดถึง 1.6ล้านviewในวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา!!
• ด้วยรูปแบบรายการที่ดีจึงสามารถกวาดเรตติ้งดีมาตั้งแต่รายการเริ่มออกฉายครั้งแรกและดีขึ้นมาเรื่อย ๆ แบบฉุดไม่อยู่ ซึ่งในโลกออนไลน์ก็ไม่แพ้กันมีทั้งการแชร์ การสร้างแฮชแท็ก แล้วแบรนด์ต่างๆก็เริ่มมีการหยิบกระแสรายการหน้ากากนักร้องไปใช้เพื่อให้เข้ากับปัจจุบันและทันเหตุการณ์มากที่สุดอีกด้วย
เห็นไหมหล่ะครับเพื่อน ๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญพอ ๆ กับรูปแบบรายการ นั่นก็คือช่องทางการสื่อสารครับซึ่งช่องทางที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้คงหนีไม่พ้นช่องทาง “ออนไลน์” ที่ทางช่อง23 Workpoint ก็ไม่พลาดที่จะใช้ช่องทางดังกล่าวให้เกิดประโยชน์และประสบความสำเร็จมากด้วยครับ ด้วยพลังของชาวเน็ตที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน Content ให้แพร่กระจายเป็นวงกว้างด้วยเวลาอันรวดเร็ว ดังนั้นไม่ว่าเพื่อน ๆ จะทำอะไรก็ไม่ควรมองข้ามช่องทางออนไลน์เด็ดขาดนะครับ

และทั้งหมดนี้คือกุญแจสำคัญที่ทำให้รายการหน้ากากนักร้องประสบความสำเร็จ ทั้งความแปลกใหม่ ความน่าตื่นเต้นและสีสันต่างๆในรายการยังทำให้ถูกแชร์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางไปยังต่างประเทศและได้รับคำชื่นชม ยิ่งไปกว่านั้นยังครองใจคนไทยได้เต็มร้อยอีกด้วยครับ นอกจากจะประสบความสำเร็จแล้วรายการก็ยังไม่หยุดพัฒนายังมีรายการลูกที่เกี่ยวกับรายการหน้ากากนักร้องเพิ่มออกมาอีกเรื่อยๆเลยครับ แล้วก็ไม่รอช้าปล่อยss2ออกมาเลยเช่นกัน ดังนั้นเครสนี้จึงเป็นเครสออนไลน์ที่น่าศึกษาและสามารถเรียนรู้และนำไปต่อยอดได้อีกเรื่อยๆ น่าสนใจใช่ไหมหล่ะครับเพื่อนๆ วันนี้กอริลล่าไปก่อนนะครับแล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้ามาดูกันว่ากอริลล่าจะพูดถึงกระแสไหนอีกบ้านนะครับ ^^

 

หน้ากากทุเรียน2-01

18พ.ย.

ถอดรหัสกระแสต่อแถวอีกครั้งกับแบรนด์ขนมชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น

Posted by gorillaideasBlogNo Comments

“ต่อแถว” กลายเป็นอีก 1 กระแสที่สร้างความฮือฮาให้คนไทยในปัจจุบันได้เป็นอย่างมาก มีอยู่หลายแบรนด์ที่เกิดกระแสแบบนี้ทำให้กลายเป็น Talk of the town ของผู้บริโภคเมื่อไทยไปแล้ว บางแบรนด์ต้องเข้าคิวรอหลายชม.กว่าจะได้ซื้อของ แต่ก็ไม่หวั่นเพื่อสินค้าหรือบริการที่เราต้องการครับ

เมื่อไม่นานมานี้มีแบรนด์ใหม่อย่างแบรนด์ PABLO ชีสทาร์ตที่มาจากญี่ปุ่นก็สร้างความตื่นตาตื่นใจแล้วกลายเป็นกระแส  Talk of the town ได้อีกครั้ง เป็นแบรนด์ที่เปิดวันแรกแล้วมีคนมาต่อแถวรอซื้อเยอะมาก ๆ บางคนมาตั้งแต่ห้างยังไม่เปิด เพื่อที่จะเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่ได้สัมผัสกับเจ้า PABLO ชีสทาร์ตนี้ แถมยังมีการบอกต่อกันในโลก Social Media อีกมากมาย ทำให้กระแสนี้ดังอย่างต่อเนื่องดังไม่หยุดเลย จนถึงวันนี้ก็ยังต่อแถวกันอย่างมหาศาลอยู่

วันนี้กอริลล่าจะพาไปดูแบรนด์ในประเทศไทยที่สร้างปรากฏการแบบนี้มาแล้ว

แบรนด์แรกคือ Krispy Kreme ที่ใช้กระแสการต่อคิวเหมือนกันซึ่ง Krispy Kreme นี่ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ เพราะบางคนรอข้ามวันก็มีครับ ซึ่งกระแส Krispy Kreme ได้ถูกออกแบบวางแผนมาเป็นอย่างดีเลยครับเหมือนเป็นกลยุทธ์ของเขาครับ เพราะหลังจากใช้เวลา 2 เดือนสร้างกระแสในโลกออนไลน์ที่กำหนดให้ผู้ที่มาเข้าคิวเป็นคนแรกจะได้รับสิทธิ์ทานฟรีตลอดปี จึงกลายเป็นกระแสฮือได้ผลตอบรับดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ที่สร้างกระแสได้แบบนี้อีกเช่น After you, ไก่ฮอตสตาร์, ครัวซองต์ปลา Croissant Taiyaki , โรตีบอย เป็นต้นครับ

หลังจากนี้เราต้องมาจับตาดูกันว่าคนไทยจะอยู่กับกระแสการต่อแถวของ PABLO นานเท่าไหร่ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างกระแส “ต่อคิว” ได้สำเร็จครับ

17พ.ย.

ยุค Marketing4.0 แนวโน้มที่นักการตลาตต้องรู้!!!

Posted by gorillaideasBlogNo Comments

ปัจจุบันเมืองไทยกำลังอยู่ในยุคของ Marketing 4.0 ซึ่งเป็นยุคของ Digital Marketing อย่างชัดเจน เพื่อน ๆ จะเห็นเลยว่าการทำการตลาดใน Online ไม่มีข้อจำกัดใดที่บอกว่าแบรนด์ไหนควรใช้บ้าง ทุกแบรนด์ต่างต้องอาศัยช่องทางการสื่อสารทาง Online กันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เล็ก หรือแบรนด์เจ้าตลาด เองก็ใช้เพราะมันเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี ซึ่งกอริลล่าก็มองว่าเป็นช่องทางที่เวิร์คมาก ๆ เลยด้วย วันนี้กอริลล่าจะพามาทำความเข้าใจกันนะครับ   

ซึ่ง Digital Marketing ในประเทศ พบว่า มีคนไทย 65 ล้านคน เข้าถึงอินเทอร์เน็ต37% 23.9 ล้านคน เข้าถึงสื่อสังคมออน์ไลน์ 49% หรือ32 ล้านคน อันนี้เป็นตัวยืนยันนอนยันว่า การตลาดดิจิตอล ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นช่องทางสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม

จากผลวิจัยยังบอกอีกว่ามีคนไทยหาข้อมูลก่อนซื้อ และ ซื้อออน์ไลน์กันแค่ไหน

คนไทย 19% หาข้อมูลก่อนการซื้อผ่านเน็ตโดย คอมพิวเตอร์ และ 12% หาข้อมูลผ่านมือถือ ก่อนซื้อ ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียวครับ

Social Media สื่อสังคมออน์ไลน์ใน ประเทศไทย มีการใช้ Social Media 32 ล้าน Accounts คิดเป็น 49% ของประชากรไทย การเข้าถึง Social Media โดยใช้ Mobile มี 28 ล้าน Accounts คิดเป็น 43% ของประชากรไทย เห็นตัวเลขแบบนี้แล้วกอริลล่าเชื่อว่าเพื่อน ๆ น่าจะเข้าใจแล้วว่าการมีตัวตนในโลกออนไลน์นั่นสำคัญมากขนาดไหน

Marketing 4.0 Social Branding

การสร้างแบรนด์โดยการใช้ออนไลน์ เรียกว่า Social Branding นั้นกอริลล่าต้องบอกเลยว่า เราต้องให้ความสำคัญกับรูปแบบการรับสารผ่านสมาร์ทโฟนเพราะคนเปิดรับสื่อทางด้านนี้มากที่สุด

กลยุทธ์สร้างแบรนด์ในออนไลน์นั้นต้องมี 3 ส่วน คือ เครื่องมือการตลาดที่เรียกว่า Search Marketing ที่เราอาจรู้จักในนามของ ad word กลยุทธ์ดึงลูกค้าเข้ามาในเว็บผ่านคำค้นหาคำหลัก ทั้งแบบไม่เสียตังค์ Organic Search ด้วยการทำ Content Marketing ที่มีคำหลักที่คนค้นหาได้

ส่วนที่สองคือ SEM Search Engine Marketing คือการเสียตังค์ซื้อโฆษณา ผ่าน Pay Per Click PPC จ่ายเป็นต่อการคลิก ซึ่งราคาก็ผันแปรตามจำนวนการแข่งขัน

ส่วนที่ 3 คือ สื่อ สังคมออน์ไลน์ผ่านมือถือ ที่เรียก Mocial Marketing ตัวนี้ที่เป็นตัวกำหนดเนื้อหาของContent ของแต่ละแบรนด์ได้

เพื่อน ๆ พอจะรู้จัก Marketing 4.0 กันแล้วใช่ไหมครับ เมื่อรู้แบบนี้แล้วเพื่อน ๆ ต้องหาแนวทางหรือกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่เหมาะกับแบรนด์ของเพื่อน เพื่อมาเอาชนะคู่แข่งให้ได้นะครับ เริ่มก่อน ก็ได้เปรียบนะครับ ^^

16พ.ย.

เกาะกระแส #กราบรถGU อยากดังต้องกราบ!!!

Posted by gorillaideasBlogNo Comments

กอริลล่าเชื่อว่าตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักวลีเด็ดที่ว่า “กราบรถGu” ใช่ไหมครับ??  เหตุการณ์นี้พูดได้เลยว่าเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ เลยที่เดียว เนื่องจากวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมาได้เกิดกระแสคลิปหนุ่มแว่นขับรถมินิ(สีเหลือง) ที่เป็นกระแสในโลกโซเชียล หลายคนแห่แชร์กันสนั่นพร้อมกับแฮ็ชแท็ก #กราบรถGu ที่ใครดูคลิปนี้  https://goo.gl/Q6GCGR แล้วจะเข้าใจครับ ซึ่งคนที่อยู่ในคลิปคือนักแสดงและพิธีกรวัยรุ่นชื่อดังที่เป็นเจ้าของรถมินิทำร้ายร่างกายคู่กรณีที่ขี่รถเฉี่ยวรถของตนเอง ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้าง และ รวดเร็ว  

ซึ่งตอนนี้ทุกคนในโลกโซเชียลต่างแห่กันทำภาพ คลิปล้อเลียนมากมายทั้งแฟนเพจในFacebook หรือทำคลิปล้อเลียนลง Youtube แล้วน้ำไปเผยแพร่ต่อ ส่วนใน Twitter ก็ต่างพูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน จะเห็นได้ว่านี่คือกระแสที่กำลังเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจในตอนนี้ มาดูกันครับว่าเขาทำอะไรกับกระแสนี้กันบ้าง

แม้แต่แฟนเพจของรถ Mini Thailand เองยังออกมาสื่อสารเพื่อให้กระแสนี้ไม่ส่งผลกระทบด้านลบกับแบรนด์ ซึ่งกอริลล่ามองว่าเพจ MINI-TH จัดการได้ดีนะครับ ใช้ความน่ารักของ copy เข้ามาเพื่อคลายสถานการณ์ แถมได้กลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นสร้างการรับรู้ได้มากขึ้นด้วยครับ1478504673697

 

Cr. เพจ MINI-TH

แฟนเพจต่าง ๆ ที่ทำภาพล้อเลียนเพื่อเกาะกระแส #กราบรถGu

 

1478504886533

Cr.เพจคำคมครีเอทีฟ

 

1478504624017

Cr.เพจPentel(Thailand)

และภาพล้อเลียนอีกมากมายที่คนทั่วไปตัดต่อเพื่อเพิ่มกระแสให้มันเป็นวงกว้างขึ้นไปอีกครับ

 

14947473_1284181151603028_9118087744237348855_n

14962765_1765484477049357_3155344563470209841_n

Cr.ผู้ใช้เฟซบุ้ค

ภาพที่กอริลล่ารวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ดู เหล่านี้เป็นตัวอย่างบางส่วน ที่กำลังเป็นกระแสเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ครับ กอริลล่าขอแนะนำนะครับ ว่าสร้าง content ที่เหมาะกับกระแสนี้ยังไงก็ปังครับเพื่อน ๆ แต่ต้องระวังในการสร้าง content นิดนึงนะครับเพราะมันเป็นเรื่อง Sensitive สำหรับคนไทยมาก ๆ ครับ

 Previous  All works Next