16เม.ย.

เมื่อร้านค้าขอเกาะกระแส “Social Distancing” ปรับตัวขายของสู้ Covid-19!!

จากปัจจุบันที่สถานการณ์โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดขึ้นเรื่อยๆ จนรัฐบาลต้องงัด พรก.ฉุกเฉิน ออกมาขอความร่วมมือจากประชาชนในการป้องกันการแพร่ของไวรัส โดยเฉพาะทาง กทม. ที่มียอดผู้ติดเชื้อเสี่ยงที่สุดและเยอะที่สุดถึง 2,672 ราย (ข้อมูลล่าสุดวันที่ 16 เมษายน 2563) นับว่าเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศที่สูงที่สุดในขณะนี้ ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงออกประกาศมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยให้หยุดกิจกรรมหลายอย่างในพื้นที่ กทม. เช่น ห้างสรรพสินค้า ให้เปิดแค่โซน supermarket / ร้านยา ส่วนร้านขายอาหาร ให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น ห้ามนั่งกินที่ร้าน ส่วนร้านอาหารในโรงแรมให้บริการเฉพาะลูกค้าที่เข้าพัก รวมไปถึงบริการขนส่งสาธารณะทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น รถเมล์ รถไฟฟ้า และเรือโดยสาร ว่าให้ปรับจำนวนการรองรับผู้โดยสารให้ลดลง โดยเว้นระยะห่างของประชาชนให้มากขึ้นอย่างน้อย 1 เมตรผล ซึ่งทั้งหมดมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 22 มีนาคม-12 เมษายน รวม 22 วัน

แน่นอนว่า ผลกระทบไม่ได้ตกแค่คนทั่วไปที่อยู่ในสถานะ “ลูกค้า” ที่ต้องอุปโภคและบริโภคอาหารเท่านั้น แต่พ่อค้าแม่ค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยต่างได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า เป็นที่มาของกลยุทธ์ทางสังคมซึ่งเราเรียกว่า “social distancing” ที่เหล่าผู้ค้าต้องหยิบมาปรับใช้และเป็นอีกหนทางที่เพิ่มความมั่นใจและพึงพอใจให้แก่ลูกค้าด้วย

“ของก็ต้องขาย ไวรัสก็ต้องสู้!!” คือคติประจำใจของผู้ให้บริการทั้งหลายในวันที่โควิด-19 ระบาดหนัก มาครับ วันนี้กอริลล่าจะพาไปดูว่า มีผู้ประกอบการเจ้าไหนบ้าง ที่นำกลยุทธ์การเว้นระยะห่างทางสังคมนี้ไปปรับใช้ฝ่าวิกฤตโควิดกันครับ

ขอบคุณภาพจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ธนาคาร สถานที่ธุรกรรมทางการเงิน ฝาก โอน จ่าย ทุกสิ่งทุกอย่างรวมครบจบที่นี่ เป็นสถานที่สำคัญลำดับต้นๆที่ไม่สามารถปิดตัวหรือหยุดชั่วคราวได้เหมือนผู้ค้าคนอื่นทั่วๆไป ทางธนาคารจึงมีการรับมือกับโควิด-19 ด้วยมาตรการทางสังคม social distancing ไล่ตั้งแต่การเดินเข้าคิวรอรับบริการ การยืนต่อแถว การรับบริการหน้าเคาท์เตอร์ที่จะมีเส้นกั้นแบ่งระยะห่างสำหรับผู้รับบริการและผู้ให้บริการ ไปจนถึงสิ้นสุดการใช้บริการก็มีเรียงลำดับความห่างของแถวผู้รับบริการไว้ด้วย โดยทุกๆจุดจะมีการทำเครื่องหมาย “เว้นระยะ”เพื่อความเป็นระเบียบ ทำให้สบายใจทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการแถมยังทำให้สามารถดำเนินการเปิดให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและเป็นไปได้ด้วยดีครับ

ห้างสรรพสินค้า ในส่วนของห้างสรรพสินค้าที่ส่วนใหญ่ยังคงเปิดให้บริการในโซนอาหารและซุปเปอร์มาเก็ตก็มีการออกมาตรการ “take away only” คือให้บริการเฉพาะการซื้ออาหารกลับไปทานที่บ้านเท่านั้น โดยทางห้างสั่งปิดในจุดนั่งทานทุกร้านให้เปิดเฉพาะส่วนเคาเตอร์และครัวเพื่อประกอบอาหารให้ลูกค้าเท่านั้น เพื่อลดการอยู่ร่วมกันของคนหมู่มากอันเป็นจุดสำคัญในการแพร่เชื้อไวรัสครับ ทั้งยังมีการทำเครื่องหมายเว้นระยะระหว่างการเข้าคิวรอสั่งอาหาร และบางร้านได้มีการจ่ายเงินโดยสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อระวังไวรัสที่จะแฝงมากับธนบัตรด้วยครับ


BTS / MRT ทางบริการของรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินเองก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางคมนาคมของคนกรุงที่ไม่สามารถหยุดให้บริการได้ ต่างก็มีการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ไวรัสช่วงนี้ โดยจะยังมีการปรับเวลาทำการ แต่จะมีการเว้นระยะห่างระหว่างรอซื้อบัตรและการขึ้นรถไฟฟ้าของแต่ละสถานีชัดเจน มีการทำเครื่องหมาย มาร์คจุดเว้นระยะห่าง เพื่อให้ง่ายต่อการใช้บริการและความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคนด้วยครับ

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก สำนักข่าวไทย

ร้านกาแฟ/คาเฟ่/เบเกอรี่ สำหรับคอกาแฟเครื่องดื่มต่างๆก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะแม้จะมีคาเฟ่หลายแห่งปิดให้บริการแต่ก็ยังมีอีกหลายร้านที่ปรับตัวนำ social distancing มาใช้ มีการคิดค้นอุปกรณ์ขนส่งสินค้าระยะสั้นระหว่างผู้ขายและผู้ซื้ออย่างน่ารักๆออกมา กลายเป็นกระแสเล็กๆในโซเชียล ที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ร้านคาเฟ่ทั่วไปก็ให้ความสำคัญกับการป้องกันการติดต่อของเชื้อไวรัสโดยการเว้นระยะห่างในการซื้อขาย มีการคิดค้นใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวมาปรับปรุงใช้ ซึ่งกอริลล่าถือว่าเป็นไอเดียที่ดีมากครับ ที่จะสร้างภาพการจดจำให้ลูกค้าและเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านไปในตัวที่เจ๋งมากๆเลยครับ

การไฟฟ้า แม้แต่ภาครัฐวิสาหกิจอย่างการไฟฟ้าก็มีการให้บริการแบบ social distancing  เช่นกันครับ โดยการมาร์คระยะห่างในการใช้บริการให้ชัดเจน และมีการหยิบยืมอุปกรณ์บ้านๆที่เราใช้สวิงตักปลามาเป็นตัวกลางในการให้บริการครับ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนกันโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงได้ ซึ่งอันนี้กอริลล่าก็ชอบครับ น่ารักมากๆ เป็นหนึ่งในกระแสที่สนใจของชาวโซเชียลอีกเช่นกันครับ

ขอบคุณภาพจาก ทวิตเตอร์ @Penguin_Indy

บริษัท/ออฟฟิศทั่วไป ภาคเอกชนก็ให้ความร่วมมือครับ บางสถานที่ก็มีการให้เข้าทำงานแบบวันเว้น นั่งเก้าอี้ห่างกันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสครับ อย่างในทวิตเตอร์ก็มีการแชร์ภาพของโรงอาหารขณะพนักงานนั่งทานข้าวกลางวันว่า มีการดัดแปลงลานจอดรถของออฟฟิศให้กลายเป็นโรงอาหารที่มีพื้นที่ใหญ่ขึ้น มีอากาศถ่ายเทสะดวก สามารถจัดโต๊ะนั่งห่างกันได้ระยะที่พอดี และมีเจ้าหน้าที่ตรวจก่อนให้บริการทานข้าวครับ  นับว่า ใส่ใจกับพนักงานมากๆครับ และยังช่วยให้พนักงานทำงานต่อไปได้อย่างสบายใจด้วย

ขอบคุณภาพจาก ทวิตเตอร์ @buddy_mydog

ร้านข้าวราดแกง อันนี้ว้าวสุดๆครับ จากเคยขายแบบตักถาดราดข้าวในตู้กระจกก็ปรับมาตักใส่กล่องวางไว้ให้เรียบร้อย พร้อมเว้นระยะห่างระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยเส้นกั้น มีเจลแอลกอฮอลล์ให้กดก่อนรับกล่องข้าว และมีสแกนคิวอาร์โค้ดแทนเงินสดเพื่อระวังการแพร่ระบาดไวรัสครับ ทำให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ห้างที่เดียวที่ยังมีอาหารขายแต่ร้านข้างทางเอง หากปรับตัวได้และใส่ใจมากพอ ก็เพียงพอที่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของลูกค้าที่จะแวะมาอุดหนุนครับ

และทั้งหมดนี้ก็คือ ส่วนหนึ่งในการปรับตัวของเหล่าผู้บริการและผู้ให้บริการเพื่อการอยู่รอดในช่วงที่ไวรัสกำลังระบาดหนักโดยการนำเอา social distance มาเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่งที่น่าสนใจมากๆครับ จะเห็นได้ว่าหลายร้านเองก็มีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการมากขึ้นจากการทำ social distancing เช่นกันครับ

เก็บตกด้วยกระแสจากต่างประเทศสักเล็กน้อยครับ เมื่อบรรดาเจ้าของชุดทีเร็กซ์แต่ละตัวต่างพาเหรดออกมาเรียกความสดใสในช่วงโควิด-19 ซึ่งกำลังระบาดหนักในยุโรปด้วยการเดินแบบ social distancing เว้นระยะห่างแต่พอดี นับเป็นการโปรโมทอีกอย่างที่ทำให้คนอยากซื้อเจ้าชุดนี้มาใส่รัวๆหลังเคยมีไวรัลเกี่ยวกับชุดนี้มาหลายรอบแล้วครับ กอริลล่าก็หวังว่า ผู้อ่านทุกท่านจะมีไอเดียดีๆจากการใช้ social distancing มาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตและธุรกิจในช่วงนี้กันนะครับ

 

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.infoquest.co.th/2020/9437

 

15เม.ย.

เปิดธุรกิจมาแรงในช่วง Covid-19 อยู่รอดได้อย่างไรเมื่อไม่มีใครอยากออกจากบ้าน?

ท่ามกลางวิกฤติการณ์ Covid-19 ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้ โดยล่าสุด 15 เม.ย. 63 มีผู้ป่วยทั่วโลก 1,999,618 ราย และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 126,727 ราย และยังคงมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ทำให้ในหลายๆประเทศมีการรณรงค์รวมถึงออกมาตรการต่างๆเพื่อควบคุมให้ประชาชนกักตัวอยู่ภายในบ้าน งดกิจกรรมภายนอก และหลีกเลี่ยงการเดินทางเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 

สำหรับประเทศไทยก็นับว่าไม่ต่างจากประเทศอื่น โดยภายในกทม.และปริมลฑลก็ได้มีการออกประกาศปิดสถานประกอบการต่างๆ รวมถึงห้างและตลาด ตามมาตรา 35 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 แล้วยังมีพรก.ฉุกเฉินที่เตรียมหยิบยกมาใช้ในสถานการณ์ช่วงนี้อีกต่างหาก ในเวลานี้จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Covid-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ในทางสุขภาพเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบอย่างยิ่งในเรื่องเศรษฐกิจเช่นกัน จากการที่หลายๆธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรง ผลกระทบชัดเจนคงหนีไม่พ้นบรรดาห้างร้าน สถานบันเทิง และบริการต่างๆที่ต้องทยอยปิดตัวกันไปเป็นแถบๆจากคำสั่งรัฐบาลอย่างเลี่ยงไม่ได้ รวมไปถึงอุตสหากรรมการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ชะงักงันเนื่องจากคำสั่ง LOCKDOWN ของหลายๆประเทศ รวมถึงการขอให้ประชาชนควบคุมตัวเองอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดของ Covid-19 นั่นเอง

แต่ไม่ใช่ว่าทุกธุรกิจจะได้รับผลกระทบเสมอไป ยังมีอีกหลายธุรกิจที่ได้รับผลตอบรับในแง่บวกแม้จะอยู่ในช่วงวิกฤต Covid-19 ก็ตามที ซึ่งธุรกิจที่ไปได้ดีในช่วงนี้ล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจที่อยู่ในช่องทางออนไลน์ทั้งนั้น เพราะในตอนนี้ช่องทางออนไลน์ถือว่าตอบโจทย์อย่างมากต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากการที่หลายคนต้องอยู่ติดบ้านและไม่ได้ออกไปข้างนอก ธุรกิจทางออนไลน์จึงพากันได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นไปตามๆกัน โดยจากข้อมูลของสำนักงาน กสทช. ได้กล่าวว่าการใช้อินเทอร์เน็ตของชาวไทยเพิ่มขึ้นในช่วงระบาดของ Covid-19 มากเกินกว่า 80% และในด้านการสั่งซื้อของออนไลน์ในช่วงกุมภาพันธ์นั้นมีอัตราเพิ่มขึ้นเกินกว่า 100% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูงมาก แสดงให้เห็นว่าการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคชาวไทยยังมีอยู่ตามปกติ เพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากไปเดินซื้อของในห้างร้านและตลาดมาเป็นการซื้อของในโลกออนไลน์แทนครับ

อีกหนึ่งธุรกิจทางออนไลน์ที่เห็นว่ามาแรงไม่แพ้กันคงหนีไม่พ้นบริการสตรีมมิ่งที่เรียกได้ว่ามาแรงแซงทางโค้งยิ่งกว่าเดิม เพราะการต้องกักตัวอยู่บ้านเป็นเวลานานในช่วง Covid-19 ระบาดนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆคือความเบื่อหน่ายที่ไม่สามารถออกไปไหนได้ และการแก้เบื่อได้ดีที่สุดในช่วงนี้จึงหนีไม่พ้นการดูหนังดูซีรีส์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ธุรกิจบริการสตรีมมิ่งจะได้รับความนิยมมากๆทั่วทุกมุมโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย เมื่อผู้บริโภคที่จำต้องอยู่บ้านต่างก็หันมารับชมสื่อบันเทิงผ่านสตรีมมิ่งกันอย่างล้นหลาม โดยจากข้อมูลของนีลสัน บริษัททางการตลาดของสหรัฐอเมริกาได้ระบุไว้ว่า เมื่อมีเหตุให้ประชาชนไม่ได้ออกจากบ้าน อัตราการรับชมผ่านสตรีมมิ่งจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 61 และด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทำให้แม้แต่ค่ายหนังเองก็หันมารุกตลาดสตรีมมิ่งแทนที่โรงหนังที่ถูกปิดไปในช่วงนี้ อย่างเช่นค่าย Universal Pictures ที่นำเอาหนังเรื่องล่าสุดในค่ายอย่าง The Hunt และ The Invisible Man มาลงฉายในช่องทางออนไลน์อย่าง iTunes และ Amazon แทนการฉายในโรงหนังนั่นเองครับ

นอกเหนือจากนี้ อีกหนึ่งธุรกิจออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเห็นทีจะหนีไม่พ้นบริการจัดส่งสินค้าตามที่อยู่ของลูกค้าหรือที่เรียกกันติดปากว่าเดลิเวอรี่ ซึ่งก็เป็นผลจากการที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอีกเช่นกัน ในเมื่อผู้บริโภคไม่สามารถออกไปซื้อสินค้าข้างนอกได้การนำสินค้ามาส่งให้ถึงที่จึงกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ที่ฮอตฮิตสุดๆ และในปัจจุบันธุรกิจเดลิเวอรี่ก็นับว่าครอบคลุมแทบทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการส่งเอกสาร ส่งสิ่งของ และการสั่งอาหาร โดยเฉพาะอย่างหลังนี้ดูจะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ เพราะด้วยนิสัยคนไทยแล้ว การกินนับว่าเป็นเรื่องใหญ่เสมอ ยิ่งกับในช่วงเวลานี้ที่ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ หรือแม้แต่การนั่งกินอาหารในร้านก็ไม่ได้ การสั่งอาหารอร่อยๆให้มาส่งถึงบ้านจึงเป็นอะไรถูกอกถูกใจผู้บริโภคอย่างเราๆที่สุด โดยนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยด้วยว่า มาตรการขอความร่วมมือร้านอาหารต่างๆในการกำหนดให้ผู้บริโภคซื้ออาหารกลับไปกินที่บ้านแทนที่จะนั่งกินที่ร้าน เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดการสั่งซื้ออาหารในแบบเดลิเวอรี่พุ่งสูงขึ้น 2-3 เท่าตัว ซึ่งนับว่าเป็นการพุ่งแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียวครับ

จากตรงนี้คงจะเห็นกันแล้วว่าแม้ตอนนี้เรากำลังเผชิญกับวิกฤติ Covid-19 ที่กำลังรุนแรงอยู่ และส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจหลายๆอย่างในช่วงนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ผลร้ายเสมอไปนะครับ ยังคงมีธุรกิจออนไลน์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในตอนนี้ได้อย่างเหมาะเจาะพอดี จนกลายมาเป็นธุรกิจที่มาแรงสุดๆไปแล้ว ตรงนี้กอริลล่าคงต้องขอบอกไว้เลยว่าโอกาสเป็นของคนที่มองเห็นนะครับ ฉะนั้นแล้วเพื่อนๆอย่ารอช้าเลยครับ ลองใช้วิกฤติที่เผชิญอยู่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นโอกาสของเราดู เปลี่ยนรูปแบบสู่ตลาดออนไลน์ บางทีธุรกิจของเพื่อนๆอาจจะได้กลายเป็นหนึ่งธุรกิจที่มาแรงก็เป็นได้นะครับ

ข้อมูลอ้างอิง

www.matichon.co.th/politics/politics-in-depth/news_2071025
www.voicetv.co.th/read/cLAWNVoIX
www.thebangkokinsight.com/313109
www.nationtv.tv/main/content/378767782

 Previous  All works Next